วันศุกร์, ตุลาคม 20, 2560

"ผิดตรงไหน" แหม่ ผิดตรงราคาแพงเกินไปไงเพ่ ซื้อเครื่องตรวจจับความเร็ว ใช้งบฯ เกือบ ๖๐๐ ล้าน

ตัวหัวหน้าเพิ่งพูดอยู่หลัดๆ “ฉวยโอกาสในเวลาที่ไม่เหมาะสม” แล้วไหง “วันนี้รัฐบาลกลับอาศัยช่วงจังหวะที่คนไทยส่วนใหญ่กำลังใจจดใจจ่อกับงานพระราชพิธีสำคัญ...”

นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอรัปชั่น (คปต.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ค

ว่า “เอาอีกแล้ว ปภ. (กรมป้องกัน-บรรเทาสาธารณะภัย) จะซื้อเครื่องตรวจจับความเร็วแบบพกพา ราคาสูงถึงเครื่องละเกือบล้านบาท...ทั้งที่มีเครื่องอีกแบบใช้ได้ดี ราคาเพียงเครื่องละ ๑๓๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น แต่ไม่ซื้อ”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พูดไว้เมื่อสองวันก่อน “โอเคนะ ผมไม่ได้ว่าใคร...เรื่องการเคลื่อนไหวที่มีการเชื่อมโยงภาคประชาชน นักการเมือง...ว่าการเตรียมการในพระราชพิธีสำคัญได้ฝากถึงประชาชนนานแล้ว ใครที่ใช้ช่วงเวลาเหล่านี้ที่ไม่เหมาะสม สังคมก็ช่วยกันกดดัน”


ที่นายวีระบอก “เอาอีกแล้ว” น่าจะเพราะพัวพัน รมว. มหาดไทย ภายใต้กำกับ รมว. กลาโหม ดังที่เขาว่า “เพิ่งรู้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยิ่งใหญ่มากถึงขนาดมานั่งกำกับกระทรวงมหาดไทย”



พัวพันกันไปมาเนื่องจากงานนี้พี่ป้อมออกไอเดียให้ ครม.แอ่นรับ แล้วน้องป็อก (พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา) เอาไปออกแบบ “โดยแรกเริ่มนั้นกระทรวงมหาดไทยเสนอให้จัดหาจำนวน ๑,๐๖๔ เครื่อง ราคาเครื่องละ ๙ แสนบาท เป็นเงิน ๙๕๗,๖๐๐,๐๐๐ บาท”

ภายหลังถึงลดจำนวน ลดราคา ลงเหลือแค่ ๒๑๕ เครื่อง ในวงงบประมาณ ๓๘๔ ล้าน ๕ แสนกว่าๆ คิดสาระตะต่อเครื่องเหลือแค่ ๖๗๕,๐๐๐ บาท แต่กระนั้นก็ยังต้องใช้งบฯ ทั้งสิ้น ๕๗๓ ล้านบาทกับอีก ๗ หมื่นกว่า

เว็บ ไอสเปชเก็บข้อมูลมาจากสื่อ ผู้จัดการ แล้วไปส่งเว็บพันทิปพบว่าที่นั่นเขาค้นเจอข้อมูลของทางการตำรวจอเมริกันในมลรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย เขาใช้เครื่องจับความเร็วประสิทธิภาพใกล้เคียงกับที่มหาดไทยจะซื้อมาใช้

ของเขายี่ห้อ ชัวร์ช้อตผลิตโดยอุตสาหกรรม เอ็มพีเอช รุ่น SS-BAS ราคาเครื่องละ ๒๕๕๐ เหรียญ ราว ๘ หมื่น ๕ พันบาทเท่านั้น มีจอแสดงรายละเอียดข้อมูลด้สนหลังผู้ใช้มองเห็นผลทันที

ของเรา “สามารถถ่ายวิดีโอและภาพรถยนต์คันนั้นๆ ได้อัตโนมัติพร้อมกัน สามารถถ่ายภาพรถยนต์ได้ในระยะไม่น้อยกว่า ๒๐๐ เมตร” ใช้ควบกับคอมพิวเตอร์พกพา จอภาพขนาดไม่ต่ำกว่า ๑๒ นิ้ว

(ดูรายละเอียดที่ http://news1live.com/detail.aspx?NewsID=9600000106103)

เทียบกันแล้วมันมีความต่างกันอยู่ไม่น้อยทั้งในด้านสเป็คและราคา ถูกกว่าที่วีระ สมความคิดชี้อีกแบบแค่แสนสามเสียอีก แต่ที่วีระถามกรณีหญิงหน่อยชวนชาวลาดปลาเค้าแห่ดาวเรืองไฉน “ไม่เหมาะสม”


แล้วที่อดีต ส.ส.ปทุมธานี พรรค ปชป. เกียรติศักดิ์ ส่องแสง ก็ปลูกดาวเรือง “เพื่อพ่อ” ขนขึ้นกระบะติดป้ายชื่อหรา แห่แหนเหมือนกันล่ะ ไม่เห็นมีใครว่าอะไร เอางี้มั้ย ลองดูคำถามของนายวีระอันนี้สิ ที่เขาว่า

“กรณีคุณประวิตรอาศัยช่วงจังหวะนี้ดันโครงการจัดหาเครื่องตรวจจับความเร็ว ในราคาสูงเกินจริงเข้าสู่ ครม.ในช่วงเวลานี้ (ล่ะ) มีความจำเป็นเร่งด่วนอะไร” ยังไม่เห็นมีใครตอบ

มีแต่ ผบ.ทบ. ตอบเรื่องอื่นประเภท ว่าเขาอิเหนาเป็นเองปัญหาคอรัปชั่น ด้วยคำถามว่า “ผิดตรงไหน”


ตัวหัวหน้าเพิ่งพูดอยู่หลัดๆ “ฉวยโอกาสในเวลาที่ไม่เหมาะสม” แล้วไหง “วันนี้รัฐบาลกลับอาศัยช่วงจังหวะที่คนไทยส่วนใหญ่กำลังใจจดใจจ่อกับงานพระราชพิธีสำคัญ...”

นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอรัปชั่น (คปต.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊คว่า “เอาอีกแล้ว ปภ. (กรมป้องกัน-บรรเทาสาธารณะภัย) จะซื้อเครื่องตรวจจับความเร็วแบบพกพา ราคาสูงถึงเครื่องละเกือบล้านบาท...ทั้งที่มีเครื่องอีกแบบใช้ได้ดี ราคาเพียงเครื่องละ ๑๓๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น แต่ไม่ซื้อ”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พูดไว้เมื่อสองวันก่อน “โอเคนะ ผมไม่ได้ว่าใคร...เรื่องการเคลื่อนไหวที่มีการเชื่อมโยงภาคประชาชน นักการเมือง...ว่าการเตรียมการในพระราชพิธีสำคัญได้ฝากถึงประชาชนนานแล้ว ใครที่ใช้ช่วงเวลาเหล่านี้ที่ไม่เหมาะสม สังคมก็ช่วยกันกดดัน”


ที่นายวีระบอก “เอาอีกแล้ว” น่าจะเพราะพัวพัน รมว. มหาดไทย ภายใต้กำกับ รมว. กลาโหม ดังที่เขาว่า “เพิ่งรู้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยิ่งใหญ่มากถึงขนาดมานั่งกำกับกระทรวงมหาดไทย”


พัวพันกันไปมาเนื่องจากงานนี้พี่ป้อมออกไอเดียให้ ครม.แอ่นรับ แล้วน้องป็อก (พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา) เอาไปออกแบบ “โดยแรกเริ่มนั้นกระทรวงมหาดไทยเสนอให้จัดหาจำนวน ๑,๐๖๔ เครื่อง ราคาเครื่องละ ๙ แสนบาท เป็นเงิน ๙๕๗,๖๐๐,๐๐๐ บาท”

ภายหลังถึงลดจำนวน ลดราคา ลงเหลือแค่ ๒๑๕ เครื่อง ในวงงบประมาณ ๓๘๔ ล้าน ๕ แสนกว่าๆ คิดสาระตะต่อเครื่องเหลือแค่ ๖๗๕,๐๐๐ บาท แต่กระนั้นก็ยังต้องใช้งบฯ ทั้งสิ้น ๕๗๓ ล้านบาทกับอีก ๗ หมื่นกว่า

เว็บ ไอสเปชเก็บข้อมูลมาจากสื่อ ผู้จัดการ แล้วไปส่งเว็บพันทิปพบว่าที่นั่นเขาค้นเจอข้อมูลของทางการตำรวจอเมริกันในมลรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย เขาใช้เครื่องจับความเร็วประสิทธิภาพใกล้เคียงกับที่มหาดไทยจะซื้อมาใช้

ของเขายี่ห้อ ชัวร์ช้อตผลิตโดยอุตสาหกรรม เอ็มพีเอช รุ่น SS-BAS ราคาเครื่องละ ๒๕๕๐ เหรียญ ราว ๘ หมื่น ๕ พันบาทเท่านั้น มีจอแสดงรายละเอียดข้อมูลด้สนหลังผู้ใช้มองเห็นผลทันที

ของเรา “สามารถถ่ายวิดีโอและภาพรถยนต์คันนั้นๆ ได้อัตโนมัติพร้อมกัน สามารถถ่ายภาพรถยนต์ได้ในระยะไม่น้อยกว่า ๒๐๐ เมตร” ใช้ควบกับคอมพิวเตอร์พกพา จอภาพขนาดไม่ต่ำกว่า ๑๒ นิ้ว

(ดูรายละเอียดที่ http://news1live.com/detail.aspx?NewsID=9600000106103)

เทียบกันแล้วมันมีความต่างกันอยู่ไม่น้อยทั้งในด้านสเป็คและราคา ถูกกว่าที่วีระ สมความคิดว่าอีกแบบแค่แสนสามเสียอีก แต่ที่วีระถามกรณีหญิงหน่อยชวนชาวลาดปลาเค้าแห่ดาวเรืองไฉน “ไม่เหมาะสม”

แล้วที่อดีต ส.ส.ปทุมธานี พรรค ปชป. เกียรติศักดิ์ ส่องแสง ก็ปลูกดาวเรือง “เพื่อพ่อ” ขนขึ้นกระบะติดป้ายชื่อหรา แห่แหนเหมือนกันล่ะ ไม่เห็นมีใครว่าอะไร เอางี้มั้ย ลองดูคำถามของนายวีระอันนี้สิ ที่เขาว่า

“กรณีคุณประวิตรอาศัยช่วงจังหวะนี้ดันโครงการจัดหาเครื่องตรวจจับความเร็ว ในราคาสูงเกินจริงเข้าสู่ ครม.ในช่วงเวลานี้ (ล่ะ) มีความจำเป็นเร่งด่วนอะไร” ยังไม่เห็นมีใครตอบ

มีแต่ ผบ.ทบ. ตอบเรื่องอื่นประเภท ว่าเขาอิเหนาเป็นเองปัญหาคอรัปชั่น ด้วยคำถามว่า “ผิดตรงไหน”



แหม่ ผิดตรงราคาแพงเกินไปไงเพ่ สร้างห้องน้ำกับซุ้มค้าขายที่อุทยานราชภักดิ์ หัวหิน ๕๐ กว่าห้อง ใช้งบประมาณเกือบ ๑๖ ล้าน ตกห้องละ ๓ แสน เอาไว้นอนแช่น้ำอุ่นจิบไวน์รึไร ฯพณฯ ทั่น ถึงจะมี “รูปลักษณ์ที่เหมาะสม สอดรับตามภูมิสถาปัตยกรรม” ก็เถอะ

มิน่าเล่า ทนายอู๊ดพ่อไอ้ไผ่ ดาวดิน ถึงบอก “ไม่เคยคิดจะไปอุทยานราชภักดิ์เพราะไกล แต่ตอนนี้คิดอยากไปแล้ว แม้ไกลแสนไกล อยากขี้ในส้วมที่แพงๆ บ้าง เป็นบุญดาก”

นายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา แกยังช่วยตอบกลับ ผบ.ทบ. ด้วยว่า “ยังไงก็ไม่ผิดอยู่แล้ว แต่หากใครนั่งรถไฟไปตรวจสอบห้องน้ำ ผิดตั้งแต่เริ่มทันที” สร้างห้องน้ำกับซุ้มค้าขายที่อุทยานราชภักดิ์ หัวหิน ๕๐ กว่าห้อง ใช้งบประมาณเกือบ ๑๖ ล้าน ตกห้องละ ๓ แสน เอาไว้นอนแช่น้ำอุ่นจิบไวน์รึไร ฯพณฯ ทั่น ถึงจะมี “รูปลักษณ์ที่เหมาะสม สอดรับตามภูมิสถาปัตยกรรม” ก็เถอะ

มิน่าเล่า ทนายอู๊ดพ่อไอ้ไผ่ ดาวดิน ถึงบอก “ไม่เคยคิดจะไปอุทยานราชภักดิ์เพราะไกล แต่ตอนนี้คิดอยากไปแล้ว แม้ไกลแสนไกล อยากขี้ในส้วมที่แพงๆ บ้าง เป็นบุญดาก”

นายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา แกยังช่วยตอบกลับ ผบ.ทบ. ด้วยว่า “ยังไงก็ไม่ผิดอยู่แล้ว แต่หากใครนั่งรถไฟไปตรวจสอบห้องน้ำ ผิดตั้งแต่เริ่มทันที”

บ่นอุบ !! หลังแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้เกือบ 20 วัน พบปัญหาเกิดขึ้นกับประชาชนใน จ.ขอนแก่น บางส่วน ที่ต้องเดินทางไกลหลายสิบกิโลเพื่อหาร้านธงฟ้าประชารัฐ




คุ้มมั้ย!? เดินทาง 20 กม.ใช้บัตรคนจน 300 บาท





ที่มา คมชัดลึก

บ่นอุบ !! หลังแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้เกือบ 20 วัน พบปัญหาเกิดขึ้นกับประชาชนใน จ.ขอนแก่น บางส่วน ที่ต้องเดินทางไกลหลายสิบกิโลเพื่อหาร้านธงฟ้าประชารัฐ

ชมวิดีโอข่าวได้ที่... http://www.komchadluek.net/news/regional/299483

วันที่ 19 ตุลาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้านค้าสหกรณ์ชุมชนบ้านโนนรัง หมู่ที่ 13 ต.สาวะถี อ.เมือง จ.ขอนแก่น เป็นร้านค้าแห่งเดียวที่เป็นร้านธงฟ้าประชารัฐ มีประชาชนกว่า 3 ตำบล ไม่ต่ำกว่า 80 หมู่บ้าน ต้องเดินทางเข้ามาใช้บริการที่นี่ ซึ่งทำให้ร้านค้าแห่งนี้มีสินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการในวันแรกๆ ของการเปิดให้ใช้บริการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

นายไสว กันยาเยี่ยม ผู้ใหญ่บ้านบ้านโนนรัง หมู่ที่ 13 ในฐานะประธานกรรมการร้านค้าชุมชน กล่าวว่า ร้านค้าที่นี่ได้รับให้เปิดบริการเป็นร้านค้าธงฟ้าประชารัฐแบบเร่งด่วน ทำให้การจัดการต้องทำแบบทันทีทันใด เนื่องจากที่นี่เป็นร้านค้าสหกรณ์ของชุมชนที่มีการรวมหุ้นกันจัดตั้งขึ้นมา จึงต้องมีคณะกรรมการจัดการอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด อีกทั้งยังต้องมีทุนในการลงสินค้าเพิ่มขึ้น เนื่องจากวันแรกมีประชาชนมาใช้บริการเกือบ 500 คน ต้องจัดทำบัตรคิวให้นั่งรอ เพราะบางคนมาไกล มาข้ามอำเภอ จากอำเภอน้ำพองก็มีเดินทางมา และมีประชาชนจากทั้งหมด 3 ตำบลใกล้เคียง คือ ตำบลสาวะถี ตำบลป่าหวายนั่ง และตำบลบ้านค้อ ที่ห่างไกลที่สุดเกือบ 20 กิโลเมตร ก็ต้องเดินทางมาใช้บริการที่นี่ ทำให้ขณะนี้มีเงินหมุนเวียนเบื้องต้นไม่ถึง 1 เดือนในร้านค้าชุมชนแห่งนี้แล้วกว่า 1 ล้าน 3 แสนบาท





นายไสว ผู้ใหญ่บ้านบ้านโนนรังเล่าต่ออีกว่า บางครั้งต้องให้คำแนะนำประชาชนที่เดินทางมาใช้บริการจากทางไกลว่า ให้ซื้อสินค้าให้ครบ 300 บาท หรือ 200 บาทตามวงเงินในบัตร เพราะจะได้ไม่ต้องเดินทางมาอีกหลายครั้ง และจะได้ไม่เป็นการสิ้นเปลืองค่ารถ ทำให้ส่วนมากประชาชนจึงใช้บริการเต็มวงเงินที่รัฐจัดสรรให้ในแต่ละบัตร นอกจากนี้ร้านค้าที่นี่ยังมีการตรวจสอบคนที่ถือบัตรนำมาใช้ว่ารูปหน้าและชื่อ-สกุลตรงตามบัตรหรือไม่ หากจะใช้ให้ผู้อื่นมาแทน ต้องมีใบมอบอำนาจ ที่ทางร้านออกให้ จึงจะสามารถใช้บริการได้

ด้านนางบานเย็น นามคันธี หนึ่งในประชาชนที่เดินทางมาจาก ต.ป่าหวายนั่ง ก็ต้องมาใช้บริการที่นี่ บอกว่า รู้จากเพื่อนบ้านว่ามีร้านค้าที่นี่ที่เปิดให้ใช้บัตร ส่วนตัวมองว่าเงิน 300 บาทที่ต้องใช้ซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคในครัวเรือนต่อเดือนนั้น ค่อนข้างน้อย และยังต้องเดินทางหาร้านที่รับบัตรอีก ซึ่งอยู่ค่อนข้างไกล ถ้าเป็นไปได้อยากให้มีร้านธงฟ้าภายในหมู่บ้านด้วย เพื่อความสะดวกในการใช้บัตร ซึ่งวันนี้เองก็เดินทางมาซื้อของจำพวกของกินของใช้ในครัว และใช้ให้หมดวงเงิน 300 บาท จะได้ไม่ต้องเดินทางมาอีก ถ้าจะมาใช้บริการอีกทีก็เป็นต้นเดือนหน้า ที่รัฐจัดสรรเงินเข้ามาให้ในบัตร





“ร้านอยู่ไกล ค่อนข้างลำบาก ทางเข้าก็ไม่สะดวก และอยู่ไกล เป็นหมู่บ้านอยู่ค่อนข้างลึก ไม่ได้ติดถนนสายสำคัญ หากไม่มีรถจักรยานยนต์ หรือรถยนต์ก็จะมาไม่ได้ เพราะฉะนั้นหากคนในหมู่บ้านไม่มีรถก็จะต้องอาศัยเหมารถ หรือจ้างรถเพื่อนบ้านมา ไม่สะดวกเลย หากให้เป็นเงินสดไปเลย ก็สามารถซื้อที่ไหนก็ได้ ร้านไหนก็ได้ คงจะสะดวกกว่านี้” นางบานเย็น กล่าว


เพราะอะไร ทำไม “เจ้าพ่อเฟซบุ๊ค” ไม่ยอมมาพบ “ลุงตู่” เหมือนที่คุยกันไว้ หรือเพราะมีอะไรที่ผิดพลาดระหว่างทาง





เปิดเบื้องหลัง! เพราะอะไร 'เจ้าพ่อเฟซบุ๊ค' ไม่ยอมเจอ 'ลุงตู่


19 ตุลาคม 2560
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ

เพราะอะไร ทำไม “เจ้าพ่อเฟซบุ๊ค” ไม่ยอมมาพบ “ลุงตู่” เหมือนที่คุยกันไว้ หรือเพราะมีอะไรที่ผิดพลาดระหว่างทาง


เป็นข่าวครึกโครมใหญ่โต ภายหลังปรากฏข่าว ‘เจ้าพ่อเฟซบุ๊ก’ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก เตรียมเดินทางมาเยือนประเทศไทย ยิ่งข่าวถูกคอนเฟิร์มจากปากของ ‘สมคิด จาตุศรีพิทักษ์’ รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ยิ่งมีความเป็นไปได้สูงมาก

โดยปรากฏข่าว ‘สมคิด’ อยู่ใน “หน้าสื่อยักษ์ใหญ่” เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2560 จากนั้นมีการขยายข่าวเพื่อสืบเสาะว่า ‘เจ้าพ่อเฟซบุ๊ก’ จะมาเยือนไทยจริงหรือไม่ โดยกำหนดไทม์มิ่งตามที่ ‘สมคิด’ บอกเอาไว้คือ 30 ต.ค. 2560

ยิ่งตกบ่ายวันที่ 17 ต.ค. 2560 ‘บิ๊กตู่’ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมาคอนเฟิร์มว่า “มาชัวร์” เป็นการเตรียมหารือด้านอาชญากรรมไซเบอร์ระหว่างประเทศ

“การเดินทางมาเยือน และพบถือเป็นเรื่องธรรมดา เป็นการเดินทางมาดำเนินการในส่วนของเขา จะหารือร่วมกันในการแสวงหาความร่วมมือด้านการป้องกัน แก้ไขปัญหา ผลกระทบของอาชญกรรมข้ามชาติว่าจะมีมาตรการและแผนป้องกันอย่างไร ซึ่งไม่มีอะไรที่ทำให้เกิดปัญหา” พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยัน

รัฐบาล-บิ๊กตู่-สมคิด ฝันดีได้แค่ 2 วันก็ต้องสลายหายไปในพริบตา หลังโฆษกสำนักงานเฟซบุ๊ก ส่งข้อความผ่านบริษัทที่ปรึกษาด้านการประชาสัมพันธ์ในไทย แก้ข่าวว่า มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ยังไม่มีแผนการเดินทางเยือนประเทศไทย ‘อย่างเป็นทางการ’ จบข่าว ‘บิ๊กดีล’ บิ๊กรัฐบาลที่หวังปราบปรามแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ ‘หมิ่นสถาบันฯ’ ต่างอกหักไปตาม ๆ กัน

เรื่องราวหน้าฉากเหมือนจบ แต่หลังฉากหาตัวการปล่อยข่าวกันฝุ่นตลบ ว่ากันว่างานนี้มี ‘บิ๊กรัฐบาล’ เสียทีให้ ‘สื่อบางค่าย’ ที่สัญญากันอย่างดิบดีว่า จะไม่เขียนข่าว แค่เล่าสู่กันฟัง งานนี้ทำเอา ‘บิ๊กรัฐบาล’ ออกอาการ ‘งอน’ อย่างชัดเจน

ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์นี้ ‘บิ๊กรัฐบาล’ เคยคุยกับสื่อที่สนิทสนมแล้วว่า ‘เจ้าพ่อเฟซบุ๊ก’ จะมาเยือนไทย และมีคิวเจอ ‘บิ๊กตู่’ แต่ขอว่า อย่าเพิ่งลงข่าว เพราะอาจทำให้กำหนดการคลาดเคลื่อนได้ โดยสื่อก็ตกปากรับคำ ‘ไม่มีข่าวหลุดออกมา’ เพราะเกรงว่าจะส่งผลเสียกับ ‘แหล่งข่าว’ และทำลายความสัมพันธ์ที่มีอย่างยาวนานได้

แต่แล้วข่าวก็หลุดมาจนได้ แต่คอนเฟิร์มว่าไม่ได้มาจากสื่อที่สนิทสนม พูดคุยกันฉันท์พี่น้อง แต่มาจาก ‘สื่อบิ๊ก’ บางค่าย ที่ ‘บิ๊กรัฐบาล’ สนิทมักคุ้นกันดี ให้ข่าวลับ-คอนเฟิร์มข่าวลือกันหลายครั้ง จนไว้วางใจกันอย่างมาก ทำให้ ‘บิ๊กรัฐบาล’ ออกอาการชะล่าใจ-วางใจ เล่าข้อมูล ‘อินไซด์’ ให้ฟัง

แต่ครั้งนี้ ‘สื่อบิ๊ก’ อาจเห็นว่าเป็นประเด็นที่เรียกยอดคนอ่านในโลกออนไลน์ได้ดี เพราะด้วยตัวของ ‘มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก’ ถือ เป็นผู้มากบารมีในโลกโซเชียลมีเดีย คงหวังทำยอดปั่นกระแสให้ติดลมบน ทั้งยอดคลิกอ่าน-ยอดไลค์เพจ กอบโกยจนลืมรักษาสัญญา

ว่ากันว่างานนี้ ‘บิ๊กรัฐบาล’ โกรธจริงจัง จนอาจจะต้องถึงขั้นตัดสัมพันธ์กับสื่อที่ปล่อยข่าวดังกล่าว เพราะสัญญากันดิบดีแล้วก็ควรรักษาสัญญาที่ให้ไว้ อีกทั้งไทม์มิ่งการเสนอข่าวยังใกล้กำหนดการที่มาร์ค ซัคเคอเบิร์กจะเดินทางมาเยือนไทย ยิ่งทำให้กำหนดการมีโอกาสแปรผันได้สูง จนสุดท้ายดีลก็ล่มไป

เพราะหากศึกษาตัวตนของ “เจ้าพ่อเฟซบุ๊ค” ให้ลึกลงไป จะทราบกันดีว่า เจ้าตัวค่อนข้างเป็นคนที่ไม่ต้องการอะไรที่เป็นทางการหรือมีพิธีรีตองมากมาย หากจะไปเยือน-เที่ยวประเทศใด มักทำในนามส่วนตัว ไม่อยากเป็นข่าวคราวใหญ่โตมากนัก

แต่เมื่อข่าวถูกนำเสนอออกไป อาจสร้างความอึดอัดใจให้กับ ‘เจ้าตัว’ อย่างมาก จึงออกมาคอนเฟิร์มว่า ยังไม่มีแผนการเยือนไทย ‘บิ๊กรัฐบาล’ อ่านออกว่า “มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก” เป็นคนอย่างไร จึงไม่อยากให้สื่อนำเสนอข่าว เพียงอยากเล่าสู่กันฟัง แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทำให้ตั้งตัวไม่ทัน

ว่ากันว่า ‘บิ๊กรัฐบาล’ เสียหลัก จากปกติมาทำงานเช้า เข้าร่วมประชุมทุกวง แต่การประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.น.จ.) ที่ ‘บิ๊กตู่’ นั่งหัวโต๊ะ กับไม่ปรากฏตัว ‘บิ๊กรัฐบาล’ จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า อาจจะเกิดจาก ‘ซัคเคอร์เบิร์กเอฟเฟคท์’

งานนี้ต้องโทษที่การไม่รู้จักเก็บความลับ ทำให้งานใหญ่ได้โชว์ กลายเป็นเพียงงานโอละพ่อ


อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งว่า ตั้งแต่วันที่ 10 – 19 ตุลาคม 2560 น้ำท่วม 15 จังหวัด ตายแล้ว 6 ราย กระทบกว่าแสนครัวเรือน ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ใน 14 จังหวัด รัฐบาลคสช.ทราบแล้วเปลี่ยน...



แฟ้มภาพ


น้ำท่วม 15 จังหวัด ตายแล้ว 6 ราย กระทบกว่าแสนครัวเรือน


19 ตุลาคม 2560
ที่มา มติชนออนไลน์

ปภ.รายงานสถานการณ์น้ำท่วม 15 จังหวัด ตายแล้ว 6 ราย

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัย น้ำไหลหลาก และน้ำเอ่อล้นตลิ่งจากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่น และการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่วันที่ 10 – 19 ตุลาคม 2560 ทำให้เกิดน้ำไหลหลากและน้ำเอ่อล้นตลิ่ง ในพื้นที่ 15 จังหวัด รวม 56 อำเภอ 362 ตำบล 2,180 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 98,421 ครัวเรือน 248,474 คน ผู้เสียชีวิต 6 ราย

ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ใน 14 จังหวัด ได้แก่ ตาก พิจิตร นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา เพชรบูรณ์ ลพบุรี หนองบัวลำภู ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลัง โดยแจกจ่ายถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัย รวมถึงระดมเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยสนับสนุนการแก้ไขปัญหาอุทกภัย รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติม เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังสู่ลำน้ำสายหลัก พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับทุกหน่วยงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง

ooo



...



"บิ๊กตู่"งดให้สัมภาษณ์ หลังสื่อขอถามถึง"Mark Zuckerberg" คาดเพราะ เซ็งข่าว"เจ้าพ่อFB"ปัดมาไทย แถมสื่อลงข่าว"หน้าแตก"





"บิ๊กตู่" งดให้สัมภาษณ์ หลังสื่อ ส่งคำถาม "Mark Zuckerberg" คาดเพราะ เซ็งข่าว "เจ้าพ่อ Facebook" ปัดมาไทย แถมสื่อ ลงข่าว "หน้าแตก" / ส่วน "สมคิด" ลาป่วย เลย

จากกรณีที่มีสื่อ เสนอข่าวว่านายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยถึงกำหนดการเดินทางของนาย Mark Zuckerberg ผู้บริหาร และ ผู้ก่อตั้งFacebook จะมาเยือนประเทศไทยในปลายเดือนต.ค.นี้ และ30 ต.ค.จะเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. นั้น

แต่ ปรากฏว่า โฆษกของ นายมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก แถลงว่า ยังไม่มีแผนที่จะเดินทางมาประเทศไทย

จนมีสื่อบางฉบับ ลงข่าวหน้าหนึ่งว่า "บิ๊กตู่" หน้าแตก Markไม่มา นั้น

ที่ ทำเนียบรัฐบาล ในช่วงเช้าวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ(ก.น.จ.) ที่ตึกภักดีบดินทร์ แต่ นายสมคิด ไม่มาร่วมประชุม โดยแจ้งลาป่วย

อย่างไรก็ตาม จนท.ทำเนียบฯ ได้แจ้งว่าให้สื่อมวลชน ส่งคำถาม ที่จะสัมภาษณ์ นายกฯ ไปก่อน

และ มีการเตรียมโพเดียมเพื่อให้นายกฯเตรียมที่จะแถลงข่าว ไว้แล้ว

โดยสื่อมวลชนได้ส่งคำถามเรื่องความชัดเจนของกำหนดการที่นายมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก จะเดินทางมาเข้าพบ

แต่ปรากฏว่าหลังจากประชุมเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ แจ้งยกเลิกการแถลงข่าวของนายกฯ อย่างกะทันหัน

โดยนายกฯได้เดินออกด้านหลังตึกภักดีบดินทร์ แล้วขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลไปทันที

จึงกลายเป็นที่วิจารณ์ สงสัยกันว่า เพราะ นายกฯไม่อยากตอบ เรื่อง เจ้าพ่อFacebook หรือไม่

ทั้งนี้เมื่อวันอังคาร พลเอกประยุทธ์ ระบุว่าเขา จะมาขอพบ เพื่อพูดคุยความร่วมมือ แก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ


Wassana Nanuam

ooo


 ...



555555
เจ๊กเลี้ยงแกะแซ่จัง"ลาป่วย"
เพราะ"โรคปล่อยไก่" ????
Sa-nguan Khumrungroj


ภาพแรดถูกตัดนอ โดยเบรนท์ สเตอร์ตัน ได้รับรางวัลช่างภาพสัตว์ป่าแห่งปี (Wildlife Photographer of the Year)



BRENT STIRTON/WPY
นายเบรนท์ สเตอร์สตัน กล่าวว่าสิ่งที่ได้เห็นทำให้เกิดความแคลงใจต่อมนุษยชาติ


เจ้าของภาพแรดถูกตัดนอ ได้รับรางวัลช่างภาพสัตว์ป่าแห่งปี


ที่มา BBC Thai
19 ตุลาคม 2017

ภาพอาชญากรรมต่อสิ่งแวดล้อม ได้รับรางวัลที่ 1 ผลงานช่างภาพสัตว์ป่าแห่งปี ดับเบิลยูพีวาย (Wildlife Photographer of the Year)

ภาพถ่ายผลงานของนายเบรนท์ สเตอร์ตัน เป็นภาพแรดดำในอุทยานฮลูฮลูเว อิมโฟโลซี ซึ่งถูกนักล่าฆ่าในตอนกลางคืนด้วยปืนติดอุปกรณ์เก็บเสียง เพื่อตัดนอไปขาย โดยนายสเตอร์ตันเก็บภาพนี้เอาไว้ได้ ในงานสอบสวนการค้าชิ้นส่วนแรดที่ผิดกฎหมาย

ระหว่างที่เก็บภาพชุดนี้ ช่างภาพได้เดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุกว่า 30 แห่ง และได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่น่าหดหู่

"ลูกคนแรกของผมจะเกิดในวันเดือน ก.พ. นี้ ผมอายุ 48 ปี และคิดว่าผมรอมานาน เพราะสูญเสียความเชื่อมั่นจากสิ่งที่เห็นในการทำงานเป็นช่างภาพผู้สื่อข่าว คุณจะสูญเสียความเชื่อมั่นในมนุษย์ชาติไปบ้าง"

นายสเตอร์ตันที่ได้รับรางวัลในงานเลี้ยง ซึ่งจัดขึ้นที่พิพิธภัณฑประวัติศาสตร์ธรรมชาติในกรุงลอนดอน กล่าวว่า เขาเชื่อว่าการลักลอบตัดนอแรดในภาพ เป็นฝีมือของคนในท้องถิ่นที่รับงานตามคำสั่งซื้อ ซึ่งปกติแล้ว นอแรดจะถูกนำไปขายให้กับคนกลางที่จะลักลอบนำออกจากแอฟริกาใต้ ซึ่งน่าจะเป็นไปได้ว่าผ่านประเทศโมซัมบิคไปยังจีนหรือเวียดนาม ซึ่งนอแรดมีมูลค่าสูงกว่าทองคำหรือโคเคน


หมาป่าแอฟริกา "จามเพื่อลงคะแนน"
เผยสัตว์ผู้ล่าเสียอาณาเขตให้มนุษย์จนเกือบหมดแล้ว
เตือนสัตว์ป่าติดเครื่องส่งสัญญาณเพื่ออนุรักษ์กลับถูกล่าง่ายขึ้น


การค้าสัตว์ป่านี้ ส่วนหนึ่งมีแรงผลักดันมาจากความเชื่อที่ผิดว่า นอแรดมีสรรพคุณเป็นยารักษาได้หลายโรคตั้งแต่มะเร็งจนถึงนิ่วในไต ทั้งที่จริงนอแรดเป็นวัสดุที่มีองค์ประกอบเหมือนเล็บเท้า

นายเบรนท์ สเตอร์ตัน กล่าวกับบีบีซีว่า "การที่ผมได้รับรางวัลนี้ การที่คณะกรรมการยอมรับภาพลักษณะนี้ แสดงให้เห็นว่าเรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่เปลี่ยนไป และนี่เป็นประเด็นสำคัญ การสูญพันธุ์ครั้งที่ 6 เป็นเรื่องจริง แรดเป็นหนึ่งในอีกหลายสายพันธุ์ที่มีจำนวนลดลงอย่างรวดเร็ว ผมขอบคุณที่คณะกรรมการเลือกภาพนี้ ซึ่งทำให้ประเด็นนี้มีพื้นที่สำหรับการสื่อสารมากขึ้น"

ประธานคณะกรรมการรางวัลดับเบิลยูพีวาย ระบุว่า ภาพถ่ายแรดตัวนี้ มีอิทธิพลต่อคณะกรรมการผู้ตัดสินมาก "คนอาจจะมองว่าน่ารังเกียจ อาจจะกลัว แต่มันมีแรงดึงดูด ทำให้อยากรู้รายละเอียดมากขึ้น อยากรู้เรื่องราวเบื้องหลังภาพนี้ และเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มันทำให้คุณต้องเผชิญกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในโลก"



DANIEL NELSON/WPY
นายดาเนียล เนลสัน ได้รับรางวัลช่างภาพสัตว์ป่าแห่งปีรุ่นใหม่ จากผลงานภาพถ่ายกอริลล่า


ส่วนภาพกอริลล่าวัยเยาว์ ที่กำลังกินผลไม้อย่างเงียบสงบ ได้รางวัลช่างภาพสัตว์ป่าแห่งปีรุ่นใหม่ โดยเป็นผลงานของนายดาเนียล เนลสัน จากเนเธอร์แลนด์ ซึ่งส่งภาพเข้าประกวดในรุ่นอายุ 15-17 ปี

กอริลลาตัวนี้อายุประมาณ 9 ปี อาศัยอยู่ในอุทยานแห่งชาติโอดซาลา ของสาธารณรัฐคองโก และนักเดินป่าที่พาช่างภาพเข้าไปดูให้ชื่อมันว่า "คาโค"

กอลริลลาที่อาศัยอยู่ในที่ราบทางตะวันตก ถือเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งจำนวนลดลงอย่างรวดเร็วจากการถูกล่าอย่างผิดกฎหมายเพื่อนำเนื้อไปบริโภค รวมถึงสัตว์ยังตายจากดโรค (โดยเฉพาะอีโบลา) และการสูญเสียที่อยู่อาศัยให้กับอุตสาหกรรมเหมืองแร่ และไร่ปาล์มน้ำมัน

นายดาเนียล อายุ 18 ปีกล่าวว่า รู้จักกับรางวัลดับเบิลยูพีวาย ตั้งแต่อายุ 6 ปี "มันทำให้ผมมีแรงบันดาลใจทันที และจากนั้นมาผมหันมาชอบเรื่องเกี่ยวกับสัตว์ป่า การถ่ายภาพ และการอนุรักษ์"

ภาพอื่นที่ได้รับรางวัล


PETER DELANEY/WPY


ภาพนี้มีชื่อว่าคอนเทมเพลชัน (การเพ่งพินิจ) ถ่ายโดยนายปีเตอร์ เดลานีย์ ช่างภาพชาวไอร์แลนด์-แอฟริกาใต้ ได้รับรางวัลประเภทภาพถ่ายพอร์ทเทรทสัตว์ป่า ชิมแปนซีที่กำลังนอนพักตัวนี้ อาศัยอยู่ในอุทยาแห่งชาติคิบาเล ของยูกันดา


JUSTIN GILLIGAN/WPY


ภาพแครปเซอร์ไพรส์ (ปูตกใจ) เป็นผลงานของนายจัสติน กิลลิกัน จากออสเตรเลีย ได้รับรางวัลประเภทภาพถ่ายสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ซึ่งถ่ายได้ขณะที่หมึกยักษ์ กำลังเลือกกินอาหารท่ามกลางฝูงปูยักษ์ที่เมอร์คิวรี แพสเซจ ทางชายฝั่งตะวันออกของรัฐแทสเมเนีย


TONY WU/WPY


นายโทนี่ หวู จากสหรัฐฯ ได้รับรางวัลจากภาพเดอะ ไจแอนท์ แกเทอริง (การรวมตัวที่ยิ่งใหญ่) ในประเภทภาพถ่ายพฤติกรรมสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในฤดูหนาว โดยนายหวู เป็นช่างภาพผู้เชี่ยวชาญพิเศษเรื่องวาฬสเปิร์ม ภาพนี้ถ่ายได้จากบริเวณชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของศรีลังกา



LAURENT BALLESTA/WPY


ภาพไอซ์ มอนสเตอร์ โดยนายโลรองต์ บาลเลสตา จากฝรั่งเศส ถ่ายจากน่านน้ำทางตะวันออกของทวีปแอนตาร์กติกา ใกล้กับฐานปฏิบัตการวิทยาศาสตร์ดูมองต์ เดอร์วิลล์ ภาพที่ดูเหมือนด้านล่างของภูเขาน้ำแข็งนี้ ที่จริงแล้วเป็นภาพเล็กๆ ที่ถูกนำมาต่อกัน ได้รับรางวัลประเภทสิ่งแวดล้อมโลก



FEELSION


ภาพผู้รอดชีวิตจากน้ำมันปาล์ม เป็นผลงานของนายเบอร์ตี กีคอสกี จากสหราชอาณาจักร-สหรัฐฯ ได้รับรางวัลช่างภาพผู้สื่อข่าวสัตว์ป่าประเภทภาพเดี่ยว ช้างทั้ง 3 รุ่นนี้อยู่ในรัฐซาบาห์ บนเกาะบอร์เนียว กำลังเดินผ่านไร่ต้นปาล์ม ที่ถูกถางเพื่อปลูกพืช โดยการทำไร่ปาล์มน้ำมัน ทำให้สัตว์ป่าต้องสูญเสียที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ และนายเบอร์ตี กล่าวว่า มีสัตว์จำนวนมากถูกยิงทิ้ง หรือวางยาพิษ




EKATERINA BEE/WPY


ภาพเดอะกริพ ออฟ เดอะ กัลลส์ โดยเด็กหญิงเอคาเทอรีนา บี อายุ 5 ขวบครึ่ง จากประเทศอิตาลี โดยเป็นช่างภาพเจ้าของรางวัลประเภทอายุ 10 ปีหรือต่ำว่า เธอถ่ายภาพนกนางนวลพันธุ์เฮอร์ริงนี้ได้ โดยใช้ขนมปังล่อ

2 มุมมอง - พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ ต่อ 'นายกฯคนนอก'





'พท.'ไม่ร่วม รบ.คนนอก 'ปชป.'แนะ ส.ว.หนุนนายกฯในบัญชี





By Phanaschai Kongsirikhan
18 ตุลาคม 2560
Voice TV21


รัฐธรรมนูญเปิดทางให้รัฐสภาสามารถโหวตเลือกนายกฯคนนอกได้ ต่อไปนี้คือจุดยืนท่าที แกนนำ 'เพื่อไทย-ปชป.' เกี่ยวกับประเด็นที่มานายกฯคนนอก

"ลำพังพรรคเพื่อไทยไม่มีแนวคิดที่จะไปเสนอชื่อบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่เป็นสมาชิกพรรคมาเป็นแคนดิเดตนายกฯ เพราะพรรคไม่เห็นด้วย เราเคยมีความขัดแย้งในอดีตบุคคลเป็นนายกฯควรเป็น ส.ส.หรือไม่ตอนปี2535 จนต้องแก้รัฐธรรมนูญให้นายกฯมาจาก ส.ส. พรรคไม่มีแนวทางจะไปเชิญใครมาเป็นนายกฯ"

นี่เป็นคำประกาศของกุนซือฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย "ชูศักดิ์ ศิรินิล" ที่ได้เปิดเผยกับ "วอยซ์ทีวี"





"ส.ส.รวมเสียงกันไม่ได้เกินครึ่งก็จะไปสู่ขั้นตอนที่สอง ทางที่ดีพรรคการเมืองควรรวมเสียงให้ได้เสนอชื่อบุคคลของพรรคการเมืองเป็นนายกฯ เชื่อว่า ส.ว.จะสนับสนุนพรรคการเมืองที่ได้เสียงข้างมากรวบรวมเสียงพรรคการเมืองต่างๆมาจัดตั้งรัฐบาล"

นี่เป็นคำยืนยันจากแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ "องอาจ คล้ามไพบูลย์" เช่นกัน





เมื่อรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่เพิ่งบังคับใช้กำหนดไว้ในมาตรา 272 ให้ระหว่าง 5 ปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญ การลงมติเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา

ซึ่งหมายถึงการโหวตเลือกนายกฯ ต้องใช้เสียงสนับสนุนของ ส.ส. และ ส.ว. รวมกันมากกว่า 375 เสียงขึ้นไปจากทั้งหมด 750 เสียง

โดยให้เลือกผู้สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีจากบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองได้จัดทำไว้ 3 รายชื่อ ซึ่งจะต้องเป็นพรรคการเมืองที่มีเสียงส.ส.ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5

แต่ถ้าไม่สามารถเลือกนายกฯได้จากบัญชีที่จัดทำไว้ รัฐธรรมนูญเปิดช่องทางให้ ส.ส.และ ส.ว.ขอเปิดประชุมร่วมกันของรัฐสภาโดยพลัน ให้เลือกนายกรัฐมนตรีจากบุคคลที่ไม่ต้องอยู่ในบัญชีที่พรรคการเมืองได้กำหนดไว้ก็ได้

โดยสามารถยื่นญัตติต่อที่ประชุมรัฐสภาเพื่อเสนอชื่อบุคคลภายนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้





ทำให้ "ชูศักดิ์" จากพรรคเพื่อไทย ระบุทันทีว่า พรรคเพื่อไทยจะเฝ้าจับตาดูว่ามีพรรคการเมืองใดจะเสนอชื่อบุคคลที่ไม่ใช่ ส.ส.หรือบุคคลภายนอกมาเป็นนายกฯ หรือไม่

ขณะที่ "องอาจ" ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ถ้าพรรคการเมืองรวบรวมเสียงข้างมากเลือก นายกฯที่มาจากบัญชีนายกฯไม่ได้ ถ้าตกลงกันไม่ได้ก็เข้าสู่ขั้นตอนที่สอง เสนอชื่อใครก็ได้ ไม่ว่าขั้นตอนแรกหรือสอง จะได้คนนอกหรือไม่ ขึ้นอยู่ที่ผลการเลือกตั้งในวันเลือกตั้ง

สำหรับท่าทีของ "พรรคเพื่อไทย" ซึ่งย้ำผ่าน "ชูศักดิ์" จะต้องมีการเลือกนายกรัฐมนตรีจากบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอก่อน และยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่เคยมีแนวคิดที่จะเสนอบุคคลภายนอกมาเป็นนายกรัฐมนตรีในขั้นตอนที่สองอย่างแน่นอน





เมื่อถามย้ำถ้าในอนาคตเกิดมีนายกฯที่มาจากคนนอก "ชูศักดิ์" ตอบทันทีจะไม่ไปร่วมสังฆกรรมกับรัฐบาลที่มีนายกฯจากคนนอก

"เราคงปฏิเสธหลักการนั้นคงไม่เห็นด้วย เช่น จะมีบุคคลภายนอกมาเป็นนายกฯให้พรรคเพื่อไทยไปร่วมรัฐบาล"

ด้าน "องอาจ" ตอบว่า อยากเห็นพรรคการเมืองสนับสนุนนายกฯที่มาจากบัญชีนายกฯให้เสร็จในขั้นตอนแรกก่อน และเรียกร้องให้ส.ว.ร่วมสนับสนุนบุคคลของพรรคการเมืองที่ได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรมาจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศมากกว่าจะไปเลือกนายกฯจากคนนอกในขั้นตอนที่สอง

แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองในขั้นตอนของการเลือกนายกรัฐมนตรีไม่สามารถกระทำได้ จนไปถึงมีพรรคการเมือง หรือ ส.ว. เสนอชื่อ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ให้มานั่งตำแหน่งประมุขฝ่ายบริหารต่อเป็นเทอมที่ 2 อีก 5 ปีนั้น

"ชูศักดิ์" บอกเพียงว่า "โอกาสจะร่วมรัฐบาลกับพลเอกคนนี้คงยาก เพราะคิดว่าถ้าเราไปร่วมคงเป็นเรื่องเสียหายมากสำหรับพรรคที่เดินแนวทางประชาธิปไตยและต่อสู้เผด็จการมาตลอด"

ขณะที่ "องอาจ" ระบุเพียงว่า "เราไม่สามารถบอกได้ในวันนี้จะเป็นยังไง ถ้าบอกวันนี้แค่เดาเฉยๆ แต่จะเป็นไปได้หรือไม่อยู่ที่ผลการเลือกตั้งเป็นหลัก"

วันพฤหัสบดี, ตุลาคม 19, 2560

Facebook knocks down Thai PM’s claim of Zuckerberg meeting in a one-sentence statement “There are no plans currently for any of our senior leaders to visit Thailand.”



the Telegraph

By Associated Press
October 19, 2017
Via Washington Post

BANGKOK — Facebook says its top executives aren’t coming to Thailand, two days after the country’s military ruler announced CEO Mark Zuckerberg would meet him this month.

Facebook said in a one-sentence statement Thursday “There are no plans currently for any of our senior leaders to visit Thailand.”

Thailand and the social media giant have had a strained relationship this year. Facebook has irked the Thai government by being a platform for critics of the country’s monarchy. In May, a Thai regulator threatened to block the popular site.

Prime Minister Prayuth Chan-ocha told reporters Tuesday he was scheduled to meet with Zuckerberg on Oct. 30.

“Please don’t link our meeting to any other issues,” Prayuth said. “To talk and exchange opinions would be better than for us to not meet at all.”

A deputy government spokesman, Weerachon Sukhondhapatipak, said Thursday that Prayuth announced the meeting with Zuckerberg to reporters after he was briefed by Thailand’s Board of Investment. Weerachon said he did not know exactly what was reported to the prime minister.

Thailand’s military, which seized power in a 2014 coup, says safeguarding the monarchy is one of its top priorities. It has tried to stamp out criticism online, including on social media sites such as Facebook, and has aggressively enforced draconian lese majeste and computer crime laws.

The junta has been particularly sensitive to anti-monarchist sentiment following the death of revered King Bhumibol Adulyadej in October last year and the succession of his less well-regarded son.

A Thai court sentenced a prominent student activist to 2 ½ years in prison on Aug. 8 after he pleaded guilty to the charge of lese majeste for sharing a BBC article about the country’s new king on Facebook.

Last December, Thai authorities declared it illegal to exchange information on the internet with three prominent government critics who often write about the country’s monarchy. An official statement advised all citizens not to follow, contact, share or engage in any other activity that would result in sharing information from the three, who all live outside Thailand.

Facebook, which is blocked in a number of authoritarian countries including China, has said it relies on local governments to notify it of information they deem illegal.

“If, after careful legal review, we find that the content is illegal under local law we restrict it as appropriate and report the restriction in our Government Request Report,” Facebook has said in past statements outlining its policy.

Supporters of Thailand’s lese-majeste law argue that the monarchy is a sacred pillar of Thai society and must be protected at all costs but critics say the law is being used to silence dissent.

ooo




หลายปัจจัยทำให้ ‘ไม่เหมาะ’ ที่คุณม้าคจะมา เพจ 'ไข่แมว' บอก "นั่นไง แม้วซื้อเฟชบุ๊ค"

ท้อคออฟเดอะทาวน์คราวนี้ไม่ใช่ดอกดาวเรือง ไม่ใช่เรื่องครีมทาหน้า (ปวินเอาไปทาส้นเท้า) ไม่ใช่น้ำท่วมวัดพระแก้วด้วยล่ะ

แต่เป็นเกมหา แม้วที่เพจ ไข่แมวโหยคนตาดี (ยายดีด้วย) ชื่อ กำพล แย้มสรวล แค้ปเจอร์มาได้บอก “นั่นไง” แม้วซื้อเฟชบุ๊ค

เรื่องของเรื่องเกิดจากทีมตูบโพนทะนาเสียยกใหญ่ ม้าค ซัคเก้อเบิก จะมาไทยเข้าเยี่ยมคำนับฮุนต้าลี้ดเด้อ ถกปัญหาไซเบ้อไครม์

“ในการแถลงข่าวต่อสื่อเมื่อวันจันทร์ (๑๖ ตุลา) รองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ แจ้งว่าคุณซัคเก้อเบิกจะมาถึงกรุงเทพฯ วันที่ ๓๐ ต.ค. แล้วเข้าพบประยุทธ์เพื่อสนทนาเกี่ยวกับ อี-คอมเมิ้ร์ช

เขา (สมคิด) ยังสาธยายให้รายละเอียดถึงประโยชน์ที่จะได้รับในการพบกันครั้งนี้...ผู้ประกอบการออนไลน์ในสหรัฐและจีนหันมาให้ความร่วมมืออาเซียน โดยเปิดสาขาในสิงคโปร์ อินโดนีเซียและเวียดนาม

ไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกจับตามองและพิจารณาสำหรับเป็นหุ้นส่วนระดับโลก” เป็นรายงานจากข่าวสดอิงลิช


แต่แล้วล่าสุดวานนี้ “(18 ต.ค.60) มติชนออนไลน์ รายงานว่า โฆษกของเฟซบุ๊กแจ้งว่า ในช่วงนี้ผู้นำระดับสูงของเฟซบุ๊กยังไม่มีแผนที่จะเดินทางมายังประเทศไทย

อย่างไรก็ตามมีรายงานข่าวแจ้งว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจาก ซักเคอร์เบิร์ก ต้องการเดินทางมาไทยเป็นการส่วนตัว แต่มีการประสานงานผิดพลาด และกลายเป็นข่าวขึ้นมา จึงขอยกเลิกการเดินทาง”

นั่นละ ขนาดประชาไทยังว่า “อ้าวเฮ้ย” https://prachatai.com/journal/2017/10/73740?utm_source=dlvr.it&utm_medium=twitter

แต่ว่าสมคิดยังติดปลายนวมไว้ด้วยในการแถลงข่าวคราวนั้น “ตัวแทนของแอมาซอนดอตคอมก็จะมาเยี่ยมเยือนฮุนต้าในเดือนพฤศจิกายนเหมือนกัน” รายนี้น่าจะได้คุยเรื่องธุรกิจการค้าทางอินเตอร์เน็ต ที่ คสช.เคยอ้างว่า แจ็ค หม่า สนใจจะขยายกิจการมาไทยแล้วเดินเลยไปมาเลเซียเสียฉิบ

อย่างนี้จะได้คุยอีกเหรอป่าวเนี่ย น่าสงสัยจะต้อง “อ้าวเฮ้ย” อีกมั้ย ไม่ใช่เพิ่งทาครีมไปหมาดๆ แล้วดัน หน้าแตก ซะนี่

ขออนุญาตวิเคราะห์ด้วยความเห็นอกเห็นใจลุงตูบเค้าหน่อย เหตุที่คุณซักเก้อเบิกแกเกิดเปลี่ยนใจกระทันหัน อยากมาเที่ยวไทยชิวชิวเสียหน่อย โดนฮุนต้าเอาไป propaganda โฆษณาชวนเชื่อซะเละ

อีกอย่างกรณีน้ำท่วมหนักทั้งต่างจังหวัดและกรุงเทพฯ ก็น่าจะเป็นปัจจัยที่เขาไม่อยากเสี่ยง มีเหรอขนาดซีอีโอเฟชบุ๊คจะไม่รู้เรื่องปี ๕๔ เกิดอะไร ปีนี้ก็ไม่ยิ่งหย่อนเท่าไรนัก เขาไม่อยากต้องมา “เรียนรู้เรื่องน้ำ” อย่างที่หัวหน้าฮุนต้าแนะ

(ไม่เชื่อดูภาพประกอบ มีเยอะ)

หนำซ้ำทำเป็นไม่สน โหรโสรัสจะ นวลอยู่ ฉายานอสตราดามุสไตแลนเดีย บอกแล้ว “ดวงเมืองประเทศไทย จะเกิดภัยพิบัติเรื่องน้ำท่วมใหญ่มากฉับพลัน ที่เริ่มส่งผลจากนี้ไปถึงเดือน ก.พ.-มี.ค.ปีหน้า” เชื่อไม่เชื่ออย่าลบหลู่

เค้าว่าดาวอะไรต่อมิอะไร มฤตยู ราหู พฤหัส เสาร์ เอากันใหญ่ “ซึ่งกรุงเทพฯ ส่งผลโดยตรง เกิดน้ำท่วมใหญ่หนักสุด เกี่ยวกับความสำคัญบางอย่างเป็นครั้งหนึ่งที่ไม่เคยเกิด เป็นภัยในที่สำคัญๆ บ้านเมือง ปลายปีนี้ถึงปีหน้า”


อีกอย่าง ดิ เอคอนอมิสต์เพิ่งแจกแจง ‘Bangkok Dangerous’ ไม่ใช่หนังดังแต่เป็นเรื่องจริง เพจ มะพร้าวบางกอก เอามาขยาย “มั่งก๊ก ก็เช่นเดียวกับเมืองพร้าวใหญ่อย่างแยงกอน มานิลา จาร์กาตาร์ ถูกตราหน้าอยู่ในหมู่นครอันตรายสุดๆ ของโลกที่จะอยู่อาศัย

รายงานเรื่องนี้ที่ ดิ เอคอนอมิสต์ ของอังกฤษปล่อยออกมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ชี้ว่าแบงค็อคได้คะแนน ๖๐ จากร้อย ในการวิจัยเรื่องความปลอดภัยของเมืองต่างๆ ทั่วโลก ๖๐ แห่ง กรุงเทพฯ ติดอันดับ ๔๙ ดีกว่าย่างกุ้ง มานิลา แย่กว่ากัวลาลัมเปอร์และจาร์กาตาร์

อ้อ ที่หนึ่ง สอง สาม เป็นโตเกียว สิงคโปร์ และโอซาก้า ตามด้วยโทรอนโต้ (แคนาดา) เมลเบิร์น (ออสเตรเลีย) และ อัมสเตอดัม (เดอะเนเธอร์แลนด์)

ถ้าอยากรู้อันดับจากแย่ที่สุดขึ้นมาหาแย่น้อยกว่า อันนี้ไทยไม่เลวติดลำดับ ๑๒ โดยมีการาจี ปากีสถานครองแช้มป์


รวมๆ แล้วเป็นอันว่าหลายปัจจัยทำให้ ไม่เหมาะ ที่คุณม้าคจะมา อย่างที่เพลงเก่าเค้าว่า “อย่าไปเลยบางกอกจะบอกให้” คุณซักเก้อเบิกแกถึงได้ของด ไม่ใช่เขาไม่ชอบหน้าลุงตูบหรอกนะ หน้าเนียนปานนั้น อะ

โศกนาฏกรรม ดอกดาวเรือง - Jamrus Mahikote




โศกนาฏกรรม ดอกดาวเรือง

เหตุการณ์ที่มีคนแคปภาพ ขึ้นรถหาเสียงของคุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ในกิจกรรมปลูกดอกดาวเรืองเพื่อพ่อ นั้น

ความจริงก็เป็น กิจกรรมที่เจนตา เจนใจของผู้คนในประเทศนี้ซะด้วยซ้ำ ใครๆเขาก็ทำกัน แต่ทำไมต้องทำให้นักการเมืองใหญ่ในกรุงฯ ต้องน้ำตาตก...

ผมอยากบอกว่า มันก็เป็นงี้แระครับ
มันบ่งบอกว่ามีคนเกลียดชังเรา ทั้งสองฝั่งฟาก

แต่สิ่งที่ผมอยากสื่อสารถึง คุณหน่อยตรงๆก็คือ
ผมเป็นแฟนการเมืองคุณหน่อยนะ ผมเคยโกรธคุณทักษิณอยู่พักหนึ่งที่ทิ้งคุณหน่อย ในยุคพรรคพลังธรรม...

ผมเป็นคนโบราณ รักใครรักจริง
และเชื่อวจีที่ว่า.. คนเราจะเห็นหัวใจกัน ก็ตอนลำบาก ว้าเหว่ โดดเดี่ยว ครับ

ผมไม่ได้ต่อต้านหรือเกลียดชัง คุณหน่อย
แต่ผมไม่เห็นด้วยที่คุณหน่อย จะขึ้นมานำพรรคเพื่อไทย แทนคุณยิ่งลักษณ์ แค่นั้น

เหตุผลเดียวกับ ที่ผมเคยชังคุณทักษิณแระ ผมรู้สึกคุณหน่อยไม่ชอบคุณปู และเห็นว่าทอดทิ้งคุณปูมาตลอด 3 ปีนี้

ชอบหรือชัง มันก็แค่ความรู้สึก.. มีมามีไป
แต่การทิ้งให้คุณปูโดดเดี่ยวในเมืองหลวง ของเจ้าแม่เมืองหลวงอย่างคุณหญิง มันใจร้ายเกินไป

สิ่งที่คุณหน่อยอาจไม่เข้าใจเลย ก็คือ
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คือสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย

ถ้าคุณทิ้งยิ่งลักษณ์ คุณทิ้งประชาธิปไตย

ทำรัฐประหารคุณทักษิณครั้งแรก อาจจะยังไม่ชัดนัก
แต่มันทำรัฐประหารซ้ำครั้งนี้ ไม่โง่สัสนัก ก็ต้องเข้าใจ

ดูได้จาก คุณอ๋อย คุณพิชัย คุณไก่
เขารู้ว่าประชาชนต้องว้าเหว่แค่ไหน ถ้าไม่คอยเป็นเงาให้ นางในดวงใจคนนี้

เขาเป็นไม้เบื่อไม้เมา กับเผด็จการจนสลิ่มมันยังนับถือ จนอ้ายตู่มันระอาแทบจะกราบตีนว่า พอเหอะๆๆๆๆ

ผมถึงบอกว่า การจะเป็นนักการเมืองที่ดี
มีเหตุผลเดียว ต้องปกป้องประชาธิปไตย สู้เพื่อประชาธิปไตย

หากไม่ทำสิ่งนี้
อย่ามาเป็นนักการเมืองเลย เนรคุณข้าวสุกเปล่าๆ
เนรคุณประชาชนที่เลือกเรามา

หวังว่าคุณหญิงหน่อยจะเข้าใจ

จะไม่แอะถึง ความสนิทสนมชิดเชื้อกะ คุณหมูเตี้ยอ้วน ลิ้นจุกปากให้ระคายกรดไหลย้อน

หลั่งน้ำตา รดดอกดาวเรือง คราวนี้
หวังว่าจะเข้าใจ ประชาชนดีขึ้นนะครับ
ขอพระพุทธเจ้าน้อย แห่งแดนภารตะช่วยถ่างเนตร หน่อยด้วยเถิด เจ้าข้าเอ๊ยย

รักคุณปู ค่ะ
จุ๊บ จุ๊บ

ที่มา FB

Jamrus Mahikote
October 16 ·

ooo




เปิดคำวินิจฉัยเสียงส่วนน้อย ให้ยกฟ้องอดีตนายกฯคดีจำนำข้าว




สรุปสั้นๆ คือความผิด 157 ต้องมีมูลเหตุจูงใจหรือมีเจตนาพิเศษ เพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดเสียหาย หรือแสวงประโยชน์มิควรได้สำหรับตนเองหรือผู้อื่น อันเป็นการกระทำ "โดยทุจริต" 

อัยการอ้างว่าโครงการจำนำข้าวมีทุจริตทุกขั้นตอนโดยเฉพาะการระบายข้าว แม้คดีจีทูจีระบุว่าสยามอินดิก้าได้ประโยชน์ แต่ก็ไม่มีหลักฐานข้อเท็จจริงใดว่ายิ่งลักษณ์เข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ยับยั้งเพราะต้องการเอื้อประโยชน์ให้สยามอินดิก้า แม้อัยการอ้างว่าเคยมีภาพเสี่ยเปี่ยงอยู่กับทักษิณที่ฮ่องกง แต่ก็ยังไม่เป็นหลักฐานเพียงพอให้รับฟังได้ว่ามีความสัมพันธ์กันถึงขั้นเอื้อประโยชน์ให้

นายพิศล พิรุณ ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา (ขณะนั้น) ปัจจุบัน ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา

Atukkit Sawangsuk


ooo

เปิดคำวินิจฉัยเสียงส่วนน้อย ให้ยกฟ้องอดีตนายกฯคดีจำนำข้าว




18 ตุลาคม 2560
ที่มา มติชนออนไลน์

กรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อ่านคำพิพากษาลับหลังในคดีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว เมื่อวันที่ 27 กันยายน เวลาประมาณ 15.05 น. โดยได้มีคำพิพากษาจำคุก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นเวลา 5 ปี ไม่รอลงอาญา นอกจากนี้ ศาลฎีกาฯ ยังมีคำสั่งให้ออกหมายจับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อให้บังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลต่อไป

ล่าสุดได้มีการเผยแพร่ คำวินิจฉัยส่วนตน นายพิศล พิรุณ ซึ่งเป็นคำวินิจฉัยเสียงส่วนน้อยในคดีดังกล่าว ที่พิจารณาว่าให้ยกฟ้อง








Go electric... In 2018 electric cars will become cheaper to buy and run than diesel or petrol cars. Will Thailand be ready?




https://www.facebook.com/TheEconomist/videos/10155933510584060/

Watch more here http://econ.st/2yzTmJZ

....

Will Thailand be ready? ฤ โลกจะทิ้งไทย?

กรุงเทพฯ ติดอันดับ 7 ของโลก เมืองที่เสี่ยงต่อการจมน้ำมากที่สุด




กรุงเทพฯ จะไหวไหม ?
ถ้าฝนตกยาว ๆ สัก 3 วัน





นิทาน พยัญชนะไทย .....ลองมาดูกัลลล.. เริ่มต้นจากตัวพ่อง “ก” มีลูก 2 คน คนนึงเด็กนอก “ภ” ส่วนอีกคนนึงเด็กใน ”ถ”



..Diagram ตัวพยัญชนะไทย.
.
ตอนลูกสาวเฮีย(อีโม่งกับอีเม่น)ยังเล็กๆ เฮียกระแดะอยากจะทำเป็นสอนพยัญชนะแนวใหม่ เอาวะ ไหนๆก็เป็นสถาปนิกกะเค้าเหมือนกัน เขียน Functional & Circulation Diagram พอเป็นกะเค้ามั่ง เลยทำเป็นลองหาความสัมพันธ์ การ transform ของตัวอักษร แล้วก็มาเล่าเป็นนิทานให้พวกลูกสาวมันฟัง..
.....ลองมาดูกัลลล..
.
เริ่มต้นจากตัวพ่อง “ก” มีลูก 2 คน
คนนึงเด็กนอก “ภ” ส่วนอีกคนนึงเด็กใน ”ถ”
.
อีเด็กนอก”ภ”มันท้องไม่มีพ่อ มีลูก 2 คน “ฎ” กะ “ฏ”
ส่วนอีเด็กใน”ถ”มีแฟนหลายคน ..
......คนแรก ”น” มีลูกเป็น ”ณ”.....
......แฟนคนที่ 2 “บ” มีลูกเป็น “ญ”...
......และแฟนคนสุดท้าย”ม” มีลูกเป็น”ฌ”
.
ไอ้“น” มันแอบไปมีแฟนใหม่ชื่อ”ว” มีลูกเป็น “ฉ”
ส่วน”ม” เกเรโดนตีกบาลหัวแตกกลายเป็น”ฆ” แล้วยังไปได้กับ”ต” มีลูกเป็น”ฒ”
.
“ต”นั้น จริงๆแล้วเคยเป็น”ด”มาก่อนแต่โดนตีกบาลซะ
บางครั้งก็โดนคนอื่นบิดหัวเอาเป็น”ค” โดนใส่หางเป็น”ศ” โดนตีกบาลเป็น ”ค.คน”
.
ส่วน”บ”นี่โลดโผน เจอมาเยอะ โดนดีงหางเป็น”ป” บางทีก็โดนใส่ร้ายกลายเป็น”ษ”
“บ”โดนเตะผ่าหมากเป็น”พ” โดนดึงหางเป็น”ฟ” โดนจับมาม้วนหางอีกเป็น”ฬ”
“พ”หันหลังกลับมามองเพื่อนเป็น”ผ” โดนดึงหางเป็น”ฝ”
.
กลับมาที่”บ”บางครั้งถูกบีบจากที่ทำงานกลายเป็น”ข” โดนดึงหางเป็น”ช”
“ข”เองก็โดนตีกบาลเป็น”ข.ขวด” โดนดึงหางเป็น”ซ”
..
.
.ยังมีตัวอื่นๆอีก ไปเล่าต่อกันเองละกัน พิมพ์ม่ายหวายแหล่ว
.

แต่เชื่อมั๊ย สุดท้ายเฮียก็ให้เด็กท่อง “ก เอ๋ย ก.ไก่ ข ไข่ในเล้า” นั่นแหละ work สุดๆแล้ว ไม่ต้องทำกระแดะเป็น Diagram แบบเฮียเลย ...ฟุ้งซ่าน...เพ้อเจ้อ... แต่ก็มันส์ดี ดีที่ได้คิด.....
.
ลองสังเกตดีๆ เฮียให้.ขนาด...สี...ลูกศร..ตาม hierarchy ของมัน
.
ไม่อยากจะคุย เฮียใช้ excel ทำ เนื่องจากเขียน autocad ไม่เป็น เฮียกะว่าสักวันจะเขียนแบบด้วย excel แม่มให้รู้แล้วรู้แรดไปเลย

ที่มา FB


อานัติ วัฒเนสก์

ooo

อานัติ วัฒเนสก์ มีบางตัวที่เฮียหาความเชื่อมโยงไม่ค่อยได้ เช่นตัว "ย" กะว่าจะเอามาจาก "บ" บิดหัวกลับใน แล้วโดนเตะกลางลำตัวเข้าให้ แต่เฮียว่ามันยากเกินไป

อานัติ วัฒเนสก์ ตัว"ง" ก็อีกเหมือนกัน น่าจะมาจาก "บ" เอามา mirror แล้วก็ตัดโน่นเติมนี่ แต่เฮียก็ว่ายากไปอีกเหมือนกัน

อานัติ วัฒเนสก์ ลองสังเกตดูนะ "ง" เป็นตัวเดียวที่หัวมันเริ่มมาจากฟากหลัง

Songvoot Sujirattanavimon ง.งู มันคือแฝดกลับหัวของ ว.แหวนมั้งครับครูกบ เอา ว.แหวนมากลับหัวก็แลดูคล้าย ง.งูไม่น้อยครับ

Songvoot Sujirattanavimon ย.ยักษ์ก็อาจจะเป็นแฝดกลับหัวกับถ.ถุงได้นะครับ ^_^

อานัติ วัฒเนสก์ Songvoot Sujirattanavimon เออจริงว่ะ ขอบคุณจร้า

เจาะแผนรีดภาษี 2.6ล้านล้าน เพิ่มรายได้รัฐ ชดเชยขาดดุล



...













ภาพจาก FB


สำนักงานสรรพากรภาค 1


วันพุธ, ตุลาคม 18, 2560

คลิปเสวนาวิชาการ"รากนครา สังคมไร้ราก รัฐไร้รัก รัฐศาสตร์ไร้ทิศทาง?" ม.เชียงใหม่



https://www.facebook.com/469762906529947/videos/772850706221164/





เสวนาวิชาการ "รากนครา สังคมไร้ราก รัฐไร้รัก รัฐศาสตร์ไร้ทิศทาง"

วันพุธที่ 18 ตุลาคม 2560 เวลา 13.30-15.30 น. ณ ห้อง PSB1302 

ม.เชียงใหม่

แจกชาวนาอีสาน ๒ พันบาท ๕ พันราย แค่ ๑๑ ล้าน ปีนี้ผู้ส่งออกฟาด ๑๓๒,๐๐๐ ล้าน

คิดอีกทีกรณีหญิงหน่อยขึ้นรถกระบะแห่ดอกดาวเรือง นั่นอาจเป็นความผิดพลาดโดยบริสุทธิ์ใจก็ได้นะ นี่หมายถึงในแง่การเมือง ไม่ต้องโยงกับความจงรักภักดี

ในเมื่อเห็นพรรคอื่นเขาทำกัน พรรคค้าน (เก่า) เอย แล้วยังพรรคทหาร (ใหม่) ทำโจ๋งครึ่มพอกัน พรรคอำนาจเก่าอย่างเพื่อไทยเลยหลงผิดว่าทำได้เช่นกัน

วันก่อน (๑๖ ต.ค.) นายไพบูลย์ นิติตะวัน ออกมาประกาศจะตั้งพรรคการเมืองชื่อ ประชาชนปฏิรูปปฏิรูปอะไร อธิบายเป็นคุ้งเป็นแควปฏิรูปให้ “นายกฯไม่จำเป็นต้องมาจากการเลือกตั้ง” แล้ว “ยกตัวอย่างในตอนนี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา คือผู้ที่เหมาะสมที่สุดเมื่อเทียบกับบุคคลอื่น”

อย่างนี้ทำได้เพราะไม่ได้ฉวยโอกาสงานพระราชพิธีศพอย่างที่ประยุทธ์ว่าละมัง อีกอย่างคงเพราะไพบูลย์บอกว่า “เราคงหลีกเลี่ยงหรือคงไม่เอาอดีต ส.ส. มาร่วม” คือมีอุดมการณ์เกลียด ส.ส. เป็นใช้ได้


ปัญหาอยู่ที่ คสช. ยักท่าอยู่นั่นละ จะปลดล็อกพรรคการเมืองเมื่อไร หรือไม่ ทำแอ็คเป็นเตมีย์ใบ้ พูดอยู่ได้อย่าห่วง อย่ากังวล ก็ประชาชนเขาตั้งตาอยากเลือกตั้ง ใช้สิทธิใช้เสียงกันเสียที

นี่ทั่นรองฯ ประวิตร วงษ์สุวรรณ (พลเอก) บอก “ช้าก็ต้องช้า” ถ้ามีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความกฎหมายลูกหนึ่งในสี่ฉบับที่อ้างว่าจะเสร็จพฤศจิกายนนี้ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ กระบวนการเลือกตั้งก็จะต้องยืดออกไปเลยโร้ดแม็พ เป็นกุมภาพันธ์ ๖๒ โน่นอย่างเร็ว

“ขออย่ากังวล หากช้าไปก็ต้องทำตามนั้น” อ้าว นี่ละนะ สัจจะ คสช. หรือว่าจะรอพรรคทหารหาเสียงเต็มที่ปีหน้า ในเมื่ออีกทั่นรองฯ คุยโวปูทางไว้ “เศรษฐกิจไตรมาสที่ ๓ จะดีแน่นอน

เพราะเครื่องชี้เศรษฐกิจหลายตัวออกมาดี และไตรมาสที่ ๔ ก็มีแนวโน้มที่ดีเห็นได้จากตลาดหุ้นที่ปรับตัวดีขึ้น ภาคอสังหาริมทรัพย์เริ่มขยับ”

พวกคนดีก็งี้แหละ อะไรๆ ของตรู กรูทำ ดีหมด ที่ไหนได้พอพูดเสร็จรุ่งขึ้นตลาดหุ้นไทยตกไปสองพ้อยท์กว่า

ถึงอย่างไรนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ย้ำว่า “ระยะต่อไปจะเป็นการเร่งรัดดำเนินนโยบายที่ออกมา ให้เกิดการขับเคลื่อนและเห็นผลออกมาก่อนเลือกตั้ง” นั่นไง เป้าหมายอยู่ที่ “เห็นผลก่อนเลือกตั้ง” เห็นภาพไพบูลย์ลอยมาแต่ไกล

ที่น่าสนใจตรงที่สมคิดอ้างว่า “เหลืออยู่อย่างเดียวคือต้องเร่งดูแลผู้มีรายได้น้อย เรื่องนี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องแก้ไข”


ถ้ามันจะดีจริง ไม่น่าจะต้องเป็นปัญหากับผู้มีรายได้น้อย ที่ไหนๆ ในโลกเวลาเศรษฐกิจดีเขาไม่มีปัญหาหรอกกับเรื่องประชาชนยากจน แต่สิ่งที่สมคิดบอกว่าต้องทำคือ “หาแนวทางเพิ่มงบประมาณเข้าไปในกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากเพื่อให้สามารถเพิ่มวงเงินให้กับผู้มีรายได้น้อยเพิ่มขึ้นอีก”

ที่อ้างกันนักหนาประชารัฐต่างกับประชานิยมก็ตรงที่ ลด-แลก-แจก-แถมกันอุตลุตนี่เอง มีคนพูดถึงโครงการร้านธงฟ้าว่า “อัดเงินคนจนไปซื้อของธงฟ้าเพื่ออุดหนุนเจ้าสัว” ท่าจะจริง

หลังจากมีความจำเป็นต้องซื้อรถถังรุ่นใหม่จากจีน ๒๘ คัน เพื่อทดลองนวรรตกรรมของมหามิตรใหม่ แล้วยังเกี่ยวก้อยบริษัทนอรินโก้ผู้ผลิตรถถัง มาตั้งโรงงานผลิตจักรยานยนต์ในไทย มูลค่า ๒ พันกว่าล้านบาท สัมปทาน ๓๐ ปีด้วยแล้ว

การช่วยเหลือชาวนาก็เหมือนกัน วิธีการจำนำข้าว ชาวนาได้ปลูก ได้ขาย ได้เงิน ไม่ดีสิ้นเปลืองมาก เป็นช่องทางทุจริตจำคุก ๔๐ กว่าปี ประกันราคาข้าวเอาเงินไปแจกละลายแม่น้ำ มีการรั่วไหลจับได้เช่นกัน สำนวนดันหายไปกับน้ำท่วม

วันนี้ (๑๘ ต.ค.) กระทรวงพาณิชย์อ้างสมาคมผู้ส่งออกข้าว ร่วมมือกันแจกเงินชาวนา “เป็นค่าบริการรถเกี่ยวนวดข้าว ให้กับชาวนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือไร่ละ ๒๐๐ บาท รายละไม่เกิน ๑๐ ไร่”

ทั้งนี้นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยชี้แจงว่าเป็นการ “การให้เงินสนับสนุนชาวนาโดยตรง สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยจะเป็นผู้คัดเลือกสมาชิกที่จะเข้าโครงการ...

โดยมีชาวนาได้รับการช่วยเหลือ ๕,๓๖๓ ราย ใน ๑๒ จังหวัด เช่น ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม ร้อยเอ็ด สุรินทร์ เป็นต้น”


ประการสำคัญปีนี้ข้าวไทยยังเป็นที่ต้องการของตลาดโลก การส่งออกยังไม่ตก ตั้งแต่ต้นปีมาถึงต้นเดือนตุลานี่ส่งออกแล้ว ๘.๙๗ ล้านตัน มูลค่า ๑๓๒,๐๐๐ ล้านบาท

แน่นอนว่าผู้ส่งออกต้องอิ่มหมีพีมันกันพอควร แต่ชาวนาก็ยังปากแห้งอยู่ดี เพราะราคาข้าวเปลือกที่ขายได้ ยังอยู่ที่ตันละ ๕-๖ พันบาท ที่สมาคมส่งออกปันมาแจกให้ชาวนาจะพอยาไส้ไหมหนอ

มีคนคอมเม้นต์ “พ่อค้าส่งออกข้าวร่วมโครงการประชารัฐ แจกชาวนาอีสานรายละไม่เกินสองพันบาท (๒๐๐ X ๑๐) ให้ชาวนา ๕ พันกว่าราย ลองคำนวณดูเป็นเงินประมาณ ๑๑ ล้านบาท” เท่านั้น เมื่อเทียบกับแสนกว่าล้าน