วันจันทร์, กันยายน 25, 2560

สมคิด จาฯ ว่า 'ขาขึ้น' แต่พิชัย นริพฯ บอก 'ขึ้นก่ายหน้าผาก' ดิ :เรื่องเศรษฐกิจอ่านแล้วงง ต้องอธิบายด้วยทฤษฎี 'ซาเล้ง'

เรื่องแถไม่แพ้ พิภพ ธงไชย* ไม่พ้น สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ทั่นรองฯ ดันอยู่นั่นแล้ว (ด้วยปาก) จะให้เศรษฐกิจไทย ขาขึ้นให้ได้ ก็เลยทำให้เจ้านายพลอยเพ้อพกไปด้วย (มันกลับกันไง กับภาษิตไทย นายว่าขี้ข้าพลอย)

สมแล้วที่ พิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงานของเพื่อไทยเหน็บเสียเจ็บ “ขาขึ้นก่ายหน้าผาก” เหรอ

อันเนื่องมาแต่สมคิดไปพูดบนโพเดี้ยมเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยอนาคตสดใสนั่นละ คุยว่าเดี๋ยวนี้อะไรๆ ดีขึ้นหมดทุกอย่าง ท่องเที่ยวเอย การจับจ่ายเอย (อันนี้แกไม่ได้บอกว่ามันไปหนักที่จับจ่ายนอกประเทศ เลยไม่ได้แม้แต่สะกิดให้กระแสในประเทศกระเตื้อง)

“นายสมคิดบอกว่า ตอนนี้ขาขึ้นแล้ว และอีก ๒ ปีจะดีกว่านี้อีก” (จากข่าวว้อยซ์ทีวี https://news.voicetv.co.th/business/526243.html)

เสี่ยแดงเขาเลยบอกให้ไปถามปลัดคลังดูหน่อยปะไร นายสมชัย สัจจพงษ์ อุตส่าห์ช่วยแก้เขินโดยชี้แจงว่า ไอ้ที่อ้างการส่งออกเพิ่มนั่นเป็นเพียงแค่ ๑๐ บริษัทยักษ์ๆ (ขวัญใจประชารัฐทั้งหลาย) เท่านั้นที่ “ได้ประโยชน์” นอกนั้นพวกปลาซิวปลาสร้อย เอสเอ็มอีมีแต่เขือ เหลือแต่โคลน
ยิ่งเรื่องจีดีพี ข้ออ้างแก้ผ้า (เอาหน้ารอด) ที่ว่า อาจจะ เพิ่มขึ้นเป็น ๓.๖ ถึง ๓.๘ เปอร์เซ็นต์ นั้นแม้ว่าทำได้จริงก็ยังถือว่าต่ำมาก ในมาตรฐานเพื่อนบ้านกลุ่มอาเซียนของไทยจัดว่าต่ำสุด ถ้าจะโตก็โตในฐานเศรษฐกิจที่ต่ำมากจนต้องพะว้าพะวังคอยลุ้น ว่าอีก ๖ เดือนข้างหน้าจะออกหมู่หรือจ่า


พะว้าพะวังยังพอทำเนา นี่พี่เค้าลักลั่น อีหลักอีเหลื่อ จับทิศทางไม่ค่อยจะถูก เหมือนว่าจะกัดกันเองภายใน ดูจากบทวิจารณ์ของหนังสือพิมพ์ ฐานเศรษฐกิจ’ flagship-เรือธงของสปริงนิวส์เค้า เรื่องสงครามระหว่างแบ๊งค์ชาติกับคลัง

มา ณ วันนี้ เมื่อเกิดการแข็งค่าของเงินบาท จาก ๓๕.๘๔ เป็น ๓๓.๑๐ คิดเป็น ๘% (เมื่อคิดจากช่วงต้นเดือนมกราคม) ถือว่าแข็งกว่าค่าเงินในภูมิภาคนี้ที่ประเทศอื่นๆ มีการแข็งค่าเพียง ๔-%

ทำให้ปลัดกระทรวงการคลังสมชัย สัจจพงษ์ ถึงกับร้อนเล่นบทก้าวล่วงนโยบายการเงินอย่างเปิดเผย ด้วยการเรียกร้องให้ธนาคารแห่งประเทศไทยใช้เครื่องมือทางการเงิน คือลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

จนถูก วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท.สวนหมัดด้วยการขอให้ใช้นโยบายการคลัง (บ้าง) เช่นให้รัฐวิสาหกิจที่มีกำไรเร่งคืนหนี้ต่างประเทศ ด้วยการมาซื้อเงินตราต่างประเทศออกไปชำระหนี้เพื่อลดสำรองเงินตราต่างประเทศ ก็จะช่วยให้ลดภาวะเงินบาทแข็งค่าลงได้บ้าง”


อธิบายให้เห็นชัดอย่างรากหญ้า ต้องเปรียบกับธุรกิจซาเล้ง ประมาณนี้

อาแปะสมัยหนุ่มๆ ทำงาน รปภ. พอก่อนเกษียณอยากเป็นซีอีโอ เลยไปยึดรถสามล้อขายของจุกจิกจากเจ๊เปียที่ชอบมาจอดข้างโรงงานปลากระป๋อง แล้วให้ไอ้ตี๋กับอีหมวยช่วยกันขาย

ไอ้ตี๋เคยเป็นลูกจ้างร้านก๋วยเตี๋ยว อยากเป็นผู้จัดการเถ้าแก่ไม่เปิดโอกาสเลยย้ายค่ายมาอยู่กับอาแปะ ส่วนอีหมวยไม่เคยค้าขายได้แต่รับจ้างเลี้ยงลูกอาซิ้ม อาแปะเห็นรูปทรงดีเลยตั้งให้เป็นพีอาร์ของซาเล้ง

ตานี้หลังจากเจ้าของโรงงานม่องเท่งไปแล้ว ลูกชายไม่เอาไหนกินแต่ของเก่ากิจการทำท่าจะเจ๊ง พวกลูกจ้างมีแต่เบี้ยน้อยหอยน้อย กิจการรถซาเล้งของอาแปะที่ยืมเงินของลูกชายเจ้าของโรงงานมาปรับปรุงกิจการ

ซื้อเครื่องขยายเสียงใหม่ไม้ค์สีทอง ไม้ตะพดหัวเลี่ยมเงินไว้ตีหมา กับไฟราวกะพริบประดับหลังคา แล้วก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น เพราะเวลาคนงานที่เคยเป็นลูกค้าประจำถามหาของใหม่ๆ ที่ซาเล้งโรงงานอื่นเขามี แบบๆ ว่าตราชูงี้ อาแปะดันตะเพิดลูกค้าเสียนี่ ใครที่ต่อล้อต่อเถียงก็ตบกะโหลกซะอีก

ทำกันมาสามปีกว่าจะเจ๊งมิเจ๊งแหล่ ไอ้ตี๋คิดจะโดดหนีอีกก็ไม่รู้จะไปไหน เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเก่าพวกเยอะ ล้วนตั้งแง่รังเกียจคนที่หักหลัง เลยปักหลักทำให้ซาเล้งดูดีด้วยการแนะเจ้าของลงทุนขายไข่ปลาคาเวียร์งี้ ซ้ำมี อิงลิชเบรคฟัสอาหารเช้าแบบอังกฤษให้คนงานตื่นตา แต่ไม่มีใครกล้าซื้อ

ฝ่ายอีหมวยบอกว่าลื้อทำอย่างนี้ไม่ไหว ต้นทุนสูงขายได้น้อย จะให้ดีต้องไปตามเก็บพวกคนงานลูกค้าซี้แหงกับลื้อที่เซ็นกันเอาไว้บานเบอะคืนมาให้ได้หมดสิวะ จึงจะพยุงกิจการไว้ได้

เถียงกันไปเถียงกันมา ต่างก็บอกปีหน้าเห็นผล แต่คาเวียร์ยังขายไม่ออก แฮมกับชี้สเริ่มเน่าเสีย ไอ้พวกที่เซ็นไว้ก็พากันหายหน้า แต่อาแปะหารู้ไม่ มัวแต่ปลาบปลื้มดีใจเจ้าของใหม่โรงงานปลากระป๋องให้สัมปทานจอดขายหน้าโรงงานต่ออีก ๕ ปี

นี่ก็กำลังเจรจาขอทำสัญญายาว ๒๐ ปี จบแล้วให้สิทธิต่อได้อีกครั้งละ ๕ ปี ท่าทางเจ้าของใหม่จะเอาด้วย เพราะอาแปะบอกว่าจะเอาสินค้าใหม่มาขายท่านต้องชอบ ไส้กรอกเยอรมันไง


*(หมายเหตุ พิภพ ธงไชย เขาบอกพันธมิตรฯ ไม่ได้ปิดสนามบินนะตะเอง การท่าฯ เป็นคนสั่งปิดตะหาก ตามนี้ https://www.matichon.co.th/news/674591)


กล้าหาญ.. ไถกะตังค์..




กล้าหาญ..
ไถกะตังค์ขี้เหล้า-ขี้ยา ที่ไม่มีปากเสียง
แต่ไม่กล้าไถเงินเศรษฐี
ภาษีมรดก..ภาษีที่ดิน เก็บได้กี่บาท
ทำไมไม่ขึ้นราคามั่ง..หือ?
ขี้ขลาด..ใช่ป่าว?..ฮา


พงษ์ศักดิ์ เกษมพันธ์


ขออภัยพาดหัวไม่สุภาพ - #ไอ้ส้นตีน 👣👣👣👣👣 (อดีตแกนนำพธม. ขอเลิกพูด พธม.ยึดสนามบิน ชี้ การท่าฯสั่งปิดเอง จนเกิดความเสียหาย)




อดีตแกนนำพธม. ขอเลิกพูด พธม.ยึดสนามบิน ชี้ การท่าฯสั่งปิดเอง จนเกิดความเสียหาย

...

Choosak Waeohongsa จุดแข็งของ สลิ่ม = แมลงสาป คือความไม่อาย

Suthep Lekchanalaisakul โห พูดมาได้เนาะ ไม่อายปากเลย

Nit Ruangsuwan หนายิ่งกว่าคอนกรีต

เมฆ ทะเล แปลกนะ ศาลไม่เชื่อ



ที่มา FB

Sa-nguan Khumrungroj

แม้บีบีซี ก็เห็น... ชวนอ่าน... ทวงคืนผืนป่าชัยภูมิ: รัฐบาลทหารระรานชาวบ้าน?




นโยบาย "ทวงคืนผืนป่า" ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มุ่งมั่นที่จะเพิ่มพื้นที่ป่าของไทย หลังลดลงอย่างน่าใจหาย ในหลายทศวรรษ แต่ชาวบ้านไม่น้อยทั่วประเทศต้องสูญที่ดินทำกินที่พวกเขาบอกว่าอยู่อาศัยมาก่อนรัฐประกาศเขตพื้นที่อุทยาน ชาวบ้านนับร้อยในเขตอุทยานแห่งชาติไทรทอง จ.ชัยภูมิ คือ อีกหนึ่งตัวอย่าง

ชวนอ่านปัญหาของชาวบ้านที่บีบีซีไทยได้เจอที่
http://www.bbc.com/thai/thailand-41357238

ความคิดสร้างสรรค์ไม่ควรเริ่มต้นจากการกดขี่ - เรื่องเล่าพิธีกรรมอาบน้ำ 3 วันนครปฐม ตอนที่คนเพศที่ 3 ถูกละเมิด






Underground PSG
 · 15 hrs ·


"อยากเล่าเรื่องตอนที่โดนกระทำพิธีกรรมอาบน้ำ 3 วันนครปฐม

คือหลังจากที่ขึ้นมาบนห้องพัก มีรุ่นพี่กลุ่มนึงขึ้นมา บอกให้จัดแถว เราก็จัดด้วยความกลัว

เค้ามาถามว่าใครยังไม่ได้ให้มือถืออีกไหม แล้วก็เก็บไป หลังจากนั้นก็ปิดไฟ สั่งให้ถอดเสื่อผ้า เอาไปกองรวมกัน แล้วละเลงให้มั่วไปหมด จากนั้นก็ให้หมอบ แล้วเรียกออกไปทีละ 5 คน

จนถึงเรา

เค้าให้เดินจับอวัยวะเพศต่อกันไปที่สถานที่อาบน้ำ ตรงนั้นมีรุ่นพี่หลากหลายชั้นปีตะโกนโหวกเหวกโวยวาย ถูกสั่งให้ไปยืนริมระเบียง จากนั้นก็เอาสายยางมาฉีดๆ ให้น้ำถังเล็กๆ ถังนึงให้อาบกัน 5 คน แล้วเอาของเหลวที่ถูกผสมจากสบู่แชมพูยาสีฟัน มาถูมาราด เหมือนเป็นฐานไปเรื่อยๆ

แล้ววนมาเจอกลุ่มเพศที่ 3 กลุ่มนั้น เขาสั่งให้นอนลง ยกขาสองข้างของปี 1 ทีละคน เอาไฟฉายส่องตรงอวัยวะเพศกับก้นของปีหนึ่งที่นอนอยู่ แล้วพูดกับเพื่อนเขาว่า “คนนี้ใช้ได้”, “คนนี้เวิร์ค”, “คนนู้นดี” จากนั้นก็ให้ลุกขึ้น ฉีดน้ำราด สองสามที โดยที่ของเหลวพวกนั้นยังออกไม่หมด แล้วก็กลับไปนอนโดนใส่ชุดคนอื่น กางเกงในคนอื่น แบบที่ยังมีของเหลวที่ยังล้างไม่หมดติดตัวอยู่

วันต่อมา ตัวเหม็นและคัน จนเพื่อนๆ คณะอื่นๆ ไม่อยากเข้าใกล้ เป็นสิ่งที่อุบาทว์ที่สุดเท่าที่เคยเกิดมา

ความคิดสร้างสรรค์ไม่ควรเริ่มต้นจากการกดขี่"

#สหายจิตรฯท่านหนึ่ง
#มนุษย์จิตรกรรมฯ
#UndergroundPSG
#ไม่เอากิจกรรมรับน้องที่ละเมิดสิทธิ์ในคณะจิตรกรรมฯ

*หากคุณมีเรื่องที่อยากจะเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์ในคณะจิตรกรรมฯ ส่งเรื่องราวของคุณในฐานะศิษย์ปัจจุบันหรือศิษย์เก่ามาได้ทางกล่องข้อความ เราจะเป็นพื้นที่ให้กับคนที่กล้าเปิดเผยความจริง


ที่มา FB


Underground PSG


...


Underground PSG
7 hrs · Bangkok, Thailand ·


เนื่องจากมีนักศึกษาคณะจิตรกรรมฯเข้ามาโพสเป็นจำนวนมากในช่วงวันที่ผ่านมา โดยมีความเข้าใจผิดคิดว่าแอดมินเป็นหนึ่งในนักศึกษาที่ออกสื่อทั้ง 5 คน

ด้วยเหตุนี้ แอดมินจึงจำเป็นต้องออกมาชี้แจงตรงนี้ว่า นักศึกษาทั้ง 5 คน กับแอดมินไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกันโดยตรง และไม่มีนักศึกษาคนใดใน 5 คนนี้เป็นแอดมินเพจแต่อย่างใด


ทั้งนี้ เหตุผลที่ทางเพจโพสไม่สามารถระบุปีที่เกิดขึ้นในแต่ละเหตุการณ์ได้ เกิดขึ้นจากหลายปัยจัย เช่น นักศึกษาบางคนที่ส่งเรื่องมายังคงศึกษาอยู่ และกลัวความไม่ปลอดภัย, เหตุการณ์บางเหตุการณ์ผ่านไปหลายปีแล้ว ทำให้ผู้เล่าไม่ดีมีความประสงค์ที่จะเจาะจงปีลงไป เป็นต้น

แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ผู้เล่าทั้งหมดไม่ต้องการระบุว่าใครเป็นคนทำ และไม่อยากเปิดเผยตัวตน เพียงแต่ต้องการแชร์ประสบการณ์ที่เคยถูกกระทำร่วมกัน

ถึงตรงนี้ ทางเราขอน้อมรับผิดที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด และส่งผลเสียถึงนักศึกษาทั้ง 5 คนที่กล้าออกมาพูดความจริง

แต่ในขณะเดียวกัน ทางเพจก็ต้องขอยืนยันว่า เรื่องที่เล่าทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นจริง หลาย ๆ เหตุการณ์ไม่เคยถูกเปิดเผยต่อสาธารณะมาก่อน และส่วนใหญ่เป็นบาดแผลในใจของผู้ที่ถูกกระทำ

และถ้าคุณไม่ใจร้ายจนเกินไป กรุณาแสดงความเห็นใจต่อผู้ถูกละเมิด มิใช่ซ้ำเติมหรือพยายามทำให้กลายเรื่องของปีการศึกษาใดปีการศึกษาหนึ่งเพียงเท่านั้น

กลุ่ม Underground PSG

เมื่อวาน มีน้องนักเรียนไทยวัย 20 ที่ไปเรียนที่ ตปท คนนึง เขาไปต่อคิวซื้อไอโฟน 8 คนแรกของสิงคโปรเลย แล้วสื่อก็เอามาลงข่าว ปรากฏว่า โดนคนด่าเละเป็นขี้เลยครับ น้องเขาเลยมาประกาศ ดังนี้





เมื่อวาน มีน้องนักเรียนไทยที่ไปเรียนที่ ตปท คนนึง เขาไปต่อคิวซื้อไอโฟน 8 คนแรกของสิงคโปรเลย แล้วสื่อก็เอามาลงข่าว ปรากฏว่า โดนคนด่าเละเป็นขี้เลยครับ ด่าเพราะอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน น้องเขาเลยฝากจ่ามาประกาศในเพจดังนี้

ผมเป็นคนที่ซื้อไอโฟนในข่าวนะครับ
ก่อนอื่นขอขอบคุณทุกคอมเม้นนะครับที่มีทั้ง "คำชี้แนะ" + "ความเห็นที่เป็นประโยชน์" และต้องขอโทษที่ผมทำให้เกิดข่าวที่วุ่นวายขึ้นโดยที่ตัวผมเองก็เพิ่งจะทราบเรื่องจากเพื่อนๆ
ผมอยากจะไขข้องสงสัยต่างๆครับ

1. ทำไมต้องไปเอาไอโฟนเครื่องแรก , ต่อคิวนานไหม เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่าไหม?
ตอบ: ผมไม่ได้ไปต่อคิวข้ามคืนนะครับ พอดีผมจองเอาไว้ทางเว็บไซต์แล้วแอปเปิ้ลแจ้งให้ไปรับของที่ร้าน พอถึงเวลาผมก็ได้ตามนัดตอน 7:45 , ร้านเปิด 8:00. แล้วทางร้านก็เรียกผมเข้าไปครับ ถึงจะเป็นวันศุกร์แต่ผมไม่มีคลาสและทางมหาลัยจะหยุด1 อาทิดให้นิสิตอ่านหนังสือสอบผมเลยถือโอกาสมารับเครื่องได้ครับ และได้โอกาสกลับไทยด้วยครับ

2. ซื้อไปทำไม ทำไมซื้อ เลยเครื่องแรก เงินมาจากไหน? ตอบ : ผมกะว่าจะซื้อไปให้เป็นของขวัญคุณพ่อครับ ที่เกิดวันที่11 ตุลา ตอนแรกผมแค่ซื้อภายในวันนั้นเพื่อเอากลับไปให้ครับ เพราะปีนี้ผมต้องเรียนอยู่ที่ Singapore ครับ แต่ไม่คิดว่าจะได้เป็นคิวแรก จุดประสงค์หลักคือเอาไปเป็นของขวัญครับเพราะผมคงไม่ได้อยู่ตอนช่วงงานวันเกิดพ่อปีนี้ และประจวบเหมาะที่ว่าวันออกขายตรงกับวันหยุดยาวของทางมหาลัยผมเลยตัดสินใจจองเพือซื้อครับ. ด้านเงินผมใช้บัตรเครดิตเสริมรูดไปแล้วกลับไทยผมได้คืนเงินให้กับคุณพ่อแล้วครับ ที่มาของเงินคือ ผมมีบัญชีออมเงินฝากประจำธนาคารออมสิน ที่เพิ่งปิดบัญชีไปก่อนไปแลกเปลี่ยน เลยคิดว่าจะนำเงินส่วนนี้มาใช้ครับ สำหรับผม " คุณค่าของของไม่ได้เกี่ยวกับราคาแต่คือความตั้งใจของคนที่อยากให้ครับ" แล้วเงินส่วนนี้ผมก็ถือว่าเก็บไว้ซื้อของขวัญให้พ่อกับแม่อยู่แล้วครับ โดยปกติทุกๆปีผมกับน้องจะหารเงินกันซื้อมือถือให้คุณแม่ รอบนี้ผมเลยอยากเอากลับมาให้คุณพ่อครับ *เงินออมผมแบ่งมาจากค่าขนมรายเดือนนะครับพอดีผมเรียนfinance เลยมีการกระจายเงินตามที่ต่างๆ บางส่วนเอาไว้ลงทุน ใช้จ่าย แต่ส่วนนี้ คือ สำหรับ "ของขวัญ" ครับ

3. ทำไมไม่เอาเงินไปทำอย่างอื่น ตั้งใจเรียนดีกว่าไหม ทำไมถึงต้องรีบขนาดนี้
ตอบ: ผมถือว่าสิ่งที่ผมทำ"มีคุณค่าทางจิตใจ" ตอนเอาไปให้คุณพ่อ ท่านตื่นเต้นมากๆ แค่นี้ผมก็พอใจแล้วครับ ส่วนเรื่องเรียนการซื้อมือถือกลับไปผมไม่ได้โดดเรียน+ ทิ้งเรียนนะครับเพราะไม่มีคลาส+เป็นวันหยุด ตอนกลับไทยผมยังเอาtextbook กลับมาอ่านเตรียมสอบเลยครับ ส่วนเรื่องเรียนผมเต็มที่ตลอดอยู่แล้วครับ ผมไม่อยากให้คนมองว่า "มีโอกาสที่ดีแล้วไม่ยอมใช้หรือพยายาม, ที่ทุกคนชอบพูดว่าเด็กที่มีฐานะดีมักจะถูกspoil ผมอยากจะลบคำสบประมาทนี้ให้ได้ครับ"

4. ฝากเรื่องสุดท้ายนะครับ ผมต้องขอโทษด้วยที่ข่าวที่ผมไม่ได้ตั้งใจจะให้ "ดัง" ต้องทำให้หลายๆคนไม่พอใจ และถ้าผมทำอะไรผิดไปหรือทำให้ใครไม่พอใจต้อง"ขออภัย"ทุกคนด้วยนะครับ

5. *ภาพต่างๆ นักข่าวหลายๆคนเค้า "แนะนำ" ให้ผมโพสท่านะครับ สามารถถามนักข่าวได้เลยครับ ผมต้องวิ่งออกจากร้านapple ตั้งสาม-สี่ รอบครับ ขอโทษที่ทำให้วุ่นวายกันนะครับ
ขอบคุณมากๆนะครับ

ที่มา FB


Drama-addict



ooo

Oriana Alanwake หน้าแตกยับเป็นแถวกันไป เค้าไปเรียนต่างประเทศ ไม่ได้เรียนอยู่ในไทย น้องเขาไม่ได้อยู่ดักดานแต่ในไทย อีกหน่อยน้องเขาเรียนจบเขาก็คงทำงานต่างประเทศนี่แหละ ดีกว่าอยู่ใน "ประเทศล้าหลัง ดักดาน และ #โกงกิน เป็นว่าเล่น ไม่มีอะไรก้าวหน้าในประเทศไทย" แบบนี้หรอก

"สื่อไทยรัฐก็เสือกตัวพ่อ" ปิดแม่มไปเถอะ #ไทยรัฐ ถ้าไม่มีปัญญาหาข่าวลงดีดี ก็ปิดแม่มไปเถอะ ไม่มีใครอยากดูข่าวเห่ยๆหรอก
...

เรื่องเกี่ยวข้อง...

สิ้นสุดการรอคอย iPhone 8! ต่อคิวซื้อ หนุ่มไทย ไวสุด สอยคิวแรก!
อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1078429


แชร์สนั่น!! ทัศนคติ "โครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค" ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ VS ดร.ทักษิณ




https://www.facebook.com/OnMeFC/videos/2002429553320478/

ooo



https://www.facebook.com/KALALAND321/videos/1110049409125840/


วันอาทิตย์, กันยายน 24, 2560

‘คนดี’ กับ 'คนเก่ง' ที่ป๋าว่า ไหง ‘ไบโพล่า’ ยอกย้อนแกว่งไปแกว่งมาซะงั้น

จะว่าป๋าเปรม ณ สี่เสาฯ โหนพระศพในหลวง ร.๙ ก็ได้นะนี่ เมื่อตอนไปพูด “ให้โอวาท” ในงานมอบทุนการศึกษานักเรียนที่เรียนดี ๑,๘๖๑ คน ในท้องที่จังหวัดนครราชสีมา

เมื่อประมาณ ปี ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ จะสวรรคต...ท่านก็ทรงรับสั่งว่าให้ช่วยกันผลิตคนดี ไม่ต้องเน้นผลิตแต่คนเก่ง

เพราะชาติบ้านเมืองของเราต้องการคนดีมากกว่าคนเก่ง” ป๋ายัน

ซึ่ง “ภายในงานพล.ท.วิชัย แชจอหอ แม่ทัพภาคที่ พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ ๒๐ จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายตำรวจ และนายทหาร เข้าร่วมมอบเงินสมทบทุนเข้ามูลนิธิฯ ในครั้งนี้ด้วย


ไม่รู้ว่าคิดมากไปไหม จากคำพูดที่ว่า “เพราะชาติบ้านเมืองของเราต้องการคนดีมากกว่าคนเก่ง” นั้นคงไม่ได้หมายความอย่างที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี (ทั้งในรัชกาลที่ ๙ และรัชกาลที่ ๑๐) อ้าง

แต่ก็ทำให้หนึ่งในแกนนำ พธม. ที่เพิ่งโดนศาลฎีกายกคำร้องคดีอ้างว่าพวกตนเป็น คนดี เลยปิดสนามบินนานาชาติเพื่อกดดัน ไล่รัฐบาลที่พวกตนไม่ชอบ ก่อความเสียหายเป็นแสนล้านบาท เอามาเนียน

ยืนยันสิ่งที่เราได้กระทำลงไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ” ยะใส กตะศิลา แกนนำคนนั้น (ไม่ต้องแอบแต่) อ้าง

ครั้นต้องชดใช้ทางแพ่งเพียง ๕๒๒ ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยอีกร้อยละ ๗.๕ กับอีกสองคดีที่กำลังตามมา จากวิทยุการบิน ค่าเสียหาย ๑๐๒ ล้าน และการบินไทยตัวเลขต้องชดใช้ถ้าแพ้อีก ๕๗๕ ล้านบาท บอกว่า

เป็นเงินที่มากเกินกว่าที่จำเลยจะสามารถชดใช้ได้ ดังนั้นจะหารือกับทาง ทอท. เพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้” และหากไม่สำเร็จก็เข้าสู่กระบวนการบังคับคดี ถึงที่สุดก็เข้าสู่การฟ้องล้มละลายหากไม่สามารถชดใช้ตามจำนวนต้องชำระ


กรมบังคับคดีก็ดีแสนดี แอ่นรับทันที อธิบดีรีบออกมาบอกว่า “ในคดีดังกล่าวจำเลยหรือลูกหนี้สามารถยื่นคำร้องกับกรมบังคับคดีให้ช่วยประสานในเรื่องการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในชั้นบังคับคดีได้ก่อนที่จะมีการบังคับคดีตามคำพิพากษา”


น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีฯ ช่วยอธิบายให้กระจ่างด้วยว่าจะช่วยผ่อนหนักเป้นเบาได้อย่างไร “หลังจากได้รับคำร้องกรมบังคับคดีจะออกหนังสือแจ้งไปยังโจทก์ ซึ่งในคดีนี้คือบริษัทการท่าอากาศยาน เพื่อแจ้งว่าลูกหนี้หรือจำเลยมีความประสงค์จะไกล่เกลี่ย เมื่อมีการพบเจรจาไกล่เกลี่ยทางลูกหนี้ก็จะเสนอว่าสามารถดำเนินการจ่ายได้เท่าไหร่ เป็นงวด รายเดือน รายปี ตามยอดหนี้ที่ต้องชำระ


ที่ซึ่งคนดีผู้เคราะห์ร้าย นึกว่าก่อความเสียหายเป็นแสนล้าน เพื่อขับไล่รัฐบาล “ที่ฉ้อฉลทรราชย์ ในตอนนั้น” เป็นการ “กระทำลงไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ”

ฉะนั้นตอนนี้ ชิว ชิว “ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการเจรจากับโจทย์ (ทอท.) การบังคับคดี หรือการฟ้องล้มละลายในอนาคต ซึ่งยังคงมีเวลาอีกนับปี”


 คนเก่ง ที่ป๋าอ้างว่า ไม่ต้องเน้นผลิต นั่น จะเป็นคนเดียวกับที่ป๋าชมเมื่อวันทหารตบท้อปบู๊ทไปอวยพรวันเกิดครบอยู่นาน ๙๗ ปีหรือเปล่า ไม่แน่ใจ

วันนั้น (๒๔ สิงหา) ป๋าบอกว่า ตั้งแต่ ตู่ (พล.อ. ประยุทธ์) เป็นนายก ป้อม (พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ว่าตู่พูดเก่งขึ้นไหม คล่องไม่ต้องมีโผ ยอดเยี่ยมเลย

(ทว่าตอนท้าย ตู่ออกมาจากบ้านสี่เสาฯ แล้วพูดกับนักข่าวว่าไร ต้องไปดูเองที่ https://thestandard.co/prem-tinsulanonda-97th-birthday-anniversary/)

ตู่ของป๋าคนนี้เพิ่งออกมา พูดเก่ง อีกแล้วเมื่อวานซืน (๒๒ กันยา) ว่า “ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ยื่นจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๐ แสดงว่าทุกคนมีความมั่นใจมากขึ้น นับเป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ ๔ ปี”

ทั้งนี้เอาไปหนุนได้ว่า “สอดคล้องกับที่ U.S. News ได้จัดให้ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ ๑ ของประเทศที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจมากที่สุดในโลกติดต่อกันเป็นปีที่ ๒ ด้วย”



แต่คนพูดไม่เห็นข่าวเรื่อง “ทุนไทยเคลื่อนย้ายสุทธิ รวม ๓.๕ แสนล้านบาท” ที่ได้มาจากรายงานธนาคารแห่งประเทศไทย สำหรับช่วง ๕ เดือนแรกของปี ๒๕๖๐

“เฉพาะเดือนพฤษภาคมเดือนเดียว มีเงินทุนไหลออกมากถึง ๓.๗๙๔ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ๑.๓ แสนล้านบาท” จุดหมายที่ไปก็มี จีน มาเก๊า ญี่ปุ่น ฮ่องกง รวมไปถึงตราสารทุนในไอร์แลนด์ ลักเซ็มเบิร์ก และเยอรมนี

ข่าวนี้เขาปิดท้ายให้ซึมซับด้วยว่า “ภาคธุรกิจเอกชนไม่ได้ลงทุนในประเทศ แต่หันไปลงทุนในต่างประเทศ” (จากคอลัมน์ แนวโน้ม ของมติชน)

แล้วนี่ก็ให้บังเอิญ พอดีมีโพลออกมาเมื่อวาน (๒๓ กันยา) “ร้อยละ ๕๔.๒ ปรองดองสำเร็จก่อนแล้วค่อยเลือกตั้ง” ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยกรุงเทพฯ ว่างั้น

แต่โพลเดียวกัน ดันพบว่า “หากการจัดการเลือกตั้งเลื่อนออกไปไม่เป็นไปตามโรดแมปจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประเทศไทยหรือไม่” ร้อยละ ๖๐.๐ คิดว่า “ส่งผลค่อนข้างมากถึงมากที่สุด” 
อ้าว ความคิดเห็นประชาชนคนไทย ไหง ไบโพล่ายอกย้อนแกว่งไปแกว่งมาซะงั้น หรือว่านี่เป็น คนดี ไม่ต้องเก่ง ที่ป๋าย้ำว่าในหลวง ที่อยู่บนสวรรค์ ทรงต้องการ

ชนชั้นใดเขียนกฎหมาย ก็แน่ไซร้เพื่อชนชั้นนั้น เพจ 'จับตาปัญหาที่ดิน' ชี้พิรุธเลื่อนถก 'ก.ม.ภาษีที่ดิน' พบสนช.ถือครองเฉลี่ย 42 ล้านต่อราย





ชี้พิรุธเลื่อนถก 'ก.ม.ภาษีที่ดิน' พบสนช.ถือครองเฉลี่ย 42 ล้านต่อราย


By กองบรรณาธิการ ข่าวการเมือง
Voice TV
23 กันยายน 2560

เพจ 'จับตาปัญหาที่ดิน' ชี้ 'กฎหมายภาษีที่ดิน' ถูกเลื่อนประกาศมาถึงสองครั้ง และน่าจะมีการเลื่อนอีกในช่วงต้นปี 2561 เอี่ยวสนช.หรือใหม่ พร้อมยกข้อมูลจาก ป.ป.ช.พบสนช.ถือครองที่ดินเฉลี่ย 42 ล้านต่อราย

เพจ 'Land Watch THAI จับตาปัญหาที่ดิน' ได้ยกข้อมูลจาก 'สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ' โดยเปิดเผยตัวเลขมูลค่าที่กินรวมของสนช. ในฐานะที่สนช.เป็นคนชี้ขาด ภาษีที่ดิน ว่า ไม่แน่ใจว่าคำพูดนี้จะเกิดขึ้นจริงๆอีกครั้งหรือไม่ กับกรณีของการ พิจารณากฎหมาย “ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ...” ของ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในขณะนี้ ที่กำลังอยู่ในระหว่างการแก้ไขร่างโดยกรรมาธิการ

โดยแท้จริงแล้ว ร่าง พรบ. ฉบับนี้เป็นร่างกฎหมายแรกๆที่ รัฐบาล คสช. ตั้งใจจะบังคับใช้ แต่จนแล้วจนรอดก็ต้องมีการเลื่อนประกาศมาเป็นเวลาถึงสองครั้งสองครา โดยครั้งนี้คิดว่าน่าจะมีการประกาศใช้ในต้นปี พ.ศ. 2561 แต่ก็มีข่าวมาว่าอาจจะต้องเลื่อนไปอีก

เพราะแท้จริงแล้วหาก สนช. มีการรับหลักการของร่างพรบ.ใดๆแล้ว ก็จะมีเวลา 60 วัน ในการแก้ไขหรือปรับปรุงกฎหมาย โดยตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2560 จนถึงขณะนับเป็นเวลาเกือบ 180 วันแล้ว ก็ยังไม่มีวี่แววว่า พรบ.ฉบับดังกล่าวจะเข้าสู่ สนช. ในวาระสุดท้ายวันไหน

อะไรเป็นสาเหตุเบื้องลึกเบื้องหลังเราไม่ทราบได้ แต่เรารู้แน่ๆว่า “ภาษีที่ดิน” เป็นภาษีที่ส่งผลกระทบต่อคนที่มีที่ดินเป็นจำนวนมาก แต่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับคนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างแน่แท้ และถึงแม้ว่ายังจะมีเรื่องราวลายละเอียดอีกมากมายที่เราเห็นว่าควรจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขในร่าง พรบ. ฉบับนี้

แต่หากพิจารณาถึงมูลค่าที่ดินทั้งหมดที่ สนช. ได้ถือครองอยู่นั้น ก็อาจจะทำให้เราเกิดคำถามได้ว่า สาเหตุที่ ร่าง กฎหมายฉบับดังกล่าวยังไม่ไปไหนมาไหนสักทีนั้น เป็นเพราะกฎหมายฉบับนี้จะทำให้สมาชิกใน สนช. เองนั่นแหละที่เป็นผู้เดือดร้อน

เพราะจากการที่ Land Watch Thai ได้รวบรวมข้อมูลจากบัญชีทรัพย์สิน ที่ สนช. ต้องแสดงต่อ ป.ป.ช. เราพบว่า สมาชิก สนช. ทั้งหมด 247 คน ในขณะนี้ ครอบครองที่ดินที่มูลค่ารวมกันถึง 9,803,618,528 บาท โดย สนช. ที่ครอบครองที่ดินที่มีมูลค่ามากที่สุดอยู่ที่ 1,197,900,920 บาท และที่น้อยที่สุดคือ 200,000 บาท เฉลี่ยคนละ 42,075,616 บาท นับว่าเป็นมูลค่าที่มหาศาลและก็บอกอยู่เป็นนัยๆว่าเจ้าของที่ดินทั้งหลายก็นั่งอยู่ในสภาแห่งนั้น

ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องรอดูกันต่อไปว่า รูปร่างหน้าตาของ ภาษีฉบับนี้จะออกมาเป็นอย่างไร และจะส่งผลให้ลดการกระจุดตัวของที่ดินได้หรือไม่





ooo

"เปิดที่ดิน สนช. คนชี้ขาด ภาษีที่ดิน"

เหมือนคำที่คนเคยพูดกันบ่อยๆว่า
'ชนชั้นใดเขียนกฎหมาย ก็แน่ไซร้เพื่อชนชั้นนั้น”

ไม่แน่ใจว่าคำพูดนี้จะเกิดขึ้นจริงๆอีกครั้งหรือไม่ กับกรณีของการ พิจารณากฎหมาย “ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ...” ของ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในขณะนี้ ที่กำลังอยู่ในระหว่างการแก้ไขร่างโดยกรรมาธิการ

โดยแท้จริงแล้ว ร่าง พรบ. ฉบับนี้เป็นร่างกฎหมายแรกๆที่ รัฐบาล คสช. ตั้งใจจะบังคับใช้ แต่จนแล้วจนรอดก็ต้องมีการเลื่อนประกาศมาเป็นเวลาถึงสองครั้งสองครา โดยครั้งนี้คิดว่าน่าจะมีการประกาศใช้ในต้นปี พ.ศ. 2561 แต่ก็มีข่าวมาว่าอาจจะต้องเลื่อนไปอีก

เพราะแท้จริงแล้วหาก สนช. มีการรับหลักการของร่างพรบ.ใดๆแล้ว ก็จะมีเวลา 60 วัน ในการแก้ไขหรือปรับปรุงกฎหมาย โดยตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2560 จนถึงขณะนับเป็นเวลาเกือบ 180 วันแล้ว ก็ยังไม่มีวี่แววว่า พรบ.ฉบับดังกล่าวจะเข้าสู่ สนช. ในวาระสุดท้ายวันไหน

อะไรเป็นสาเหตุเบื้องลึกเบื้องหลังเราไม่ทราบได้ แต่เรารู้แน่ๆว่า “ภาษีที่ดิน” เป็นภาษีที่ส่งผลกระทบต่อคนที่มีที่ดินเป็นจำนวนมาก แต่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับคนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างแน่แท้ และถึงแม้ว่ายังจะมีเรื่องราวลายละเอียดอีกมากมายที่เราเห็นว่าควรจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขในร่าง พรบ. ฉบับนี้

แต่หากพิจารณาถึงมูลค่าที่ดินทั้งหมดที่ สนช. ได้ถือครองอยู่นั้น ก็อาจจะทำให้เราเกิดคำถามได้ว่า สาเหตุที่ ร่าง กฎหมายฉบับดังกล่าวยังไม่ไปไหนมาไหนสักทีนั้น เป็นเพราะกฎหมายฉบับนี้จะทำให้สมาชิกใน สนช. เองนั่นแหละที่เป็นผู้เดือดร้อน

เพราะจากการที่ Land Watch Thai ได้รวบรวมข้อมูลจากบัญชีทรัพย์สิน ที่ สนช. ต้องแสดงต่อ ป.ป.ช. เราพบว่า สมาชิก สนช. ทั้งหมด 247 คน ในขณะนี้ ครอบครองที่ดินที่มูลค่ารวมกันถึง 9,803,618,528 บาท โดย สนช. ที่ครอบครองที่ดินที่มีมูลค่ามากที่สุดอยู่ที่ 1,197,900,920 บาท และที่น้อยที่สุดคือ 200,000 บาท เฉลี่ยคนละ 42,075,616 บาท นับว่าเป็นมูลค่าที่มหาศาลและก็บอกอยู่เป็นนัยๆว่าเจ้าของที่ดินทั้งหลายก็นั่งอยู่ในสภาแห่งนั้น

ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องรอดูกันต่อไปว่า รูปร่างหน้าตาของ ภาษีฉบับนี้จะออกมาเป็นอย่างไร และจะส่งผลให้ลดการกระจุดตัวของที่ดินได้หรือไม่

ข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
https://www.nacc.go.th/nacc_asset_legis.php


Land Watch THAI จับตาปัญหาที่ดิน

เห็นยัง... ภาพรูปปั้น "ลุงกำนัน" สร้างไว้ให้คนกราบไหว้ เพื่อระลึกถึงคุณงามความดี ชาว กปปส.แห่แชร์!!





ชาว กปปส.แห่แชร์!! ภาพรูปปั้น "ลุงกำนัน" สร้างไว้ให้คนกราบไหว้ เพื่อระลึกถึงคุณงามความดี


สื่อออนไลน์ Online Media

Flashback กันลืม... ดูไทยรัฐส่อง 'คนบันเทิง' ใครเป็นใคร ร่วมม็อบ "Shut Down กรุงเทพฯ" + 32 ท่อน้ำเลี้ยงกปปส.



https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1101842296612550&set=a.209485292514926.51153.100003603702137&type=3&theater

ooo

ส่อง 'คนบันเทิง' ประกาศจุดยืนร่วมม็อบ "Shut Down กรุงเทพฯ"





โดย ไทยรัฐออนไลน์
19 ม.ค. 2557

"ทีมข่าวบันเทิง ไทยรัฐออนไลน์" ลงสำรวจพื้นที่บางส่วนของการชุมนุม "Shut Down กรุงเทพฯ" ที่มีคนบันเทิงไปร่วมแสดงความชัดเจนทางการเมือง พร้อมเปิดใจคนบันเทิงบางส่วนที่มีต่อการชุมนุมในครั้งนี้...

ต้องยอมรับว่าในเวลานี้คงไม่มีเรื่องร้อนๆ เรื่องไหนมาแรงเท่ากับการชุมนุม "Shut Down กรุงเทพฯ" ของ กปปส. ซึ่งย่อมาจาก "คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" โดยมีการตั้งเวทีชุมนุมเกิดขึ้นและปิดการจราจรใน 7 พื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ 1. หน้าศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ 2. ห้าแยกลาดพร้าว 3. อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 4. แยกปทุมวัน 5. สวนลุมพินี 6. แยกอโศก และ 7. แยกราชประสงค์ สำหรับจุดประสงค์ในการชุมนุมครั้งนี้คือต้องการให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง โดยมีผู้ที่ต้องการแสดงจุดยืนทางการเมืองออกไปร่วมชุมนุมไล่มาตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ และในกลุ่มผู้ชุมนุมเหล่านี้ก็มีเหล่าคนบันเทิงที่นอกจากจะไปร่วมแสดงพลังทางการเมืองแล้ว ยังไปช่วยเหลืองานเหล่าผู้ชุมนุมอีกด้วย "ทีมข่าวบันเทิง ไทยรัฐออนไลน์" เลยลงไปสำรวจพื้นที่ชุมนุมบางส่วนที่มีเหล่าคนบันเทิงกันซะหน่อย

สำหรับใครที่ไปร่วมการชุมนุมเวทีราชประสงค์อยู่ทุกวันก็คงจะคุ้นชินกับภาพของเหล่าคนบันเทิงที่นอกจากมาร่วมร้องเพลงสร้างสีสันแล้ว ยังมีการขายเสื้อเพื่อนำรายได้สมทบทุนให้กับ กปปส. ตลอดจนทำอาหารแจกผู้ชุมนุมอีกด้วย ซึ่งในเวทีราชประสงค์แห่งนี้มีผู้ชุมนุมที่เป็นคนบันเทิงมากมาย...
...

ใครเป็นใครตามอ่านได้ที่...

http://www.thairath.co.th/content/396970

ooo



32 ท่อน้ำเลี้ยงกปปส.

อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/politic/277342
12 กุมภาพันธ์ 2557

ooo



มิตรสหายท่านหนึ่ง


อ่านนิทานเรื่องนี้ที่ไร ทำไมหน้าประดาพธม. ลอยมาทุกทีๆ..





อ่านนิทานเรื่องนี้ให้ลูกฟังที่ไร ทำไมหน้าประดาพธม.ลอยมาทุกทีๆ..

Noppakit Chotivanitkul

...

การแบ่งเนื้อของราชสีห์

ในวันหนึ่งขณะราชสีห์ออกไปล่าเหยื่อกับสุนัขจิ้งจอก หมาใน และหมาป่าอยู่นั้น พวกมันต่างช่วยกันมองหาเหยื่อจนพบเข้ากับกวางตัวหนึ่งจึงได้รีบวิ่งเข้าไปตะครุบกวางตัวนั้นจนตาย จากนั้นราชสีห์ก็เอ่ยขึ้นว่า “ข้าจะแบ่งเนื้อกวางเป็นสี่ส่วน”

สุนัขจิ้งจอก หมาใน และหมาป่า จึงช่วยกันถลกหนังและแบ่งเนื้อกวางออกเป็นสี่ส่วน หลังจากนั้นราชสีห์ก็เอ่ยขึ้นอีกว่า “ในฐานะที่ข้าเป็นเจ้าป่า เนื้อส่วนแรกต้องเป็นของข้า เนื้อส่วนที่สองก็เป็นของข้าเพราะข้าเป็นผู้ตัดสิน และส่วนที่สามก็ต้องเป็นของข้าเพราะข้าร่วมล่าเหยื่อด้วย สำหรับส่วนที่สี่ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าใครจะกล้าเข้ามา”

เมื่อได้ฟังดังนั้นทั้งสุนัขจิ้งจอก หมาใน และหมาป่าต่างก็รู้สึกสลดใจ และพากันโอดครวญที่พวกมันไม่ได้รับส่วนแบ่งเลยแม้แต่น้อย

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : จงหลีกหนีจากผู้ปกครองที่ไร้ความยุติธรรม

ที่มา เวป Kwamruk.com


เสร็จนาฆ่าควายเหลือง 🤣🤣🤣 ใจหนึ่งก็สงสาร แต่ใจหนึ่งก็สมน้ำหน้า ค่าเสียหายปิดสนามบินพันล้านน้อยไปด้วยซ้ำ - Atukkit Sawangsuk



เสร็จนาฆ่าควายเหลือง 🤣🤣🤣 

ใจหนึ่งก็สงสาร เพราะหลายคนก็พวกพ้องกัน ผูกพันกันมา 40 ปี ตัดไม่ขาด แต่ใจหนึ่งก็สมน้ำหน้า ค่าเสียหายปิดสนามบินพันล้านน้อยไปด้วยซ้ำ คดีอาญาก็ยังไม่โดนอะไร เลื่อนได้เลื่อนดี คงชิงตายก่อน ขณะที่เสื้อแดงติดคุกหัวโตไปนานแล้ว

ลำพังคดีปิดสนามบิน ไม่เท่าไหร่หรอกครับ บางคนอย่างสมเกียรติ ยะใส ก็ประกาศไม่มีไม่หนีไม่จ่าย อ.สมเกียรติจะเอาอะไรมาจ่าย ทุกวันนี้บ้านที่โคราชยังอาศัยไกรศักดิ์อยู่ สมัยเป็น อ.ราชภัฏ ก็อยู่บ้านพัก เล่าขานกันว่าถ้าจะไปบ้านสมเกียรติขับวนดูเถอะ บ้านไหนหญ้ารกสุด โทรมสุด ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ไม่มีทรัพย์สมบัติ บ้านนั้นละ เพราะแกมัวแต่ไปเคลื่อนไหวกับสมัชชาคนจน เห็นมะ ไม่ใช่ไม่เห็นด้านดีนะ

ถ้าจำเป็นต้องจ่ายจริง ก็ไม่ต้องห่วงหรอก พ่อยกแม่ยกเยอะ พันล้านจิ๊บๆ ขายน้ำมันมะพร้าวแป๊บๆ เศรษฐีก็เพียบ อย่าง ดร.อาทิตย์ อย่างแพรนด้าจิวเวลรี ฉะนั้นที่สงสารไม่ใช่เรืองจ่ายตังค์ แต่เป็นเรื่องควายเหลืองหมดพลัง จบบทบาท อำนาจอนุรักษ์นิยมไม่ต้องการแล้ว

ป่วยการที่สมเกียรติทวงว่า ไม่มีพันธมิตรวันนั้น ก็ไม่มีประยุทธ์วันนี้ แม้เป็นความจริงแท้แน่นอน 😂😂😂

ภายใต้อำนาจเผด็จการ ที่คุมประเทศเบ็ดเสร็จ ก็ตายคู่ทั้งเสื้อเหลืองเสื้อแดงนั่นละครับ แกนนำถูกเช็กบิลดำเนินคดี มวลชนไม่มีที่ทางให้แสดงออก แต่ความตายของควายเหลืองน่าขบขันกว่า ตรงที่อุตส่าห์ออกบัตรเชิญรัฐประหาร ยึดทำเนียบยึดสนามบิน ปลุกพลังอนุรักษ์นิยมขึ้นมา กระทั่งสถาปนารัฐทหาร รัฐราชการเข้มแข็ง ขุนนางอำมาตย์ เทคโนแครต ซีพี ช้าง ฯลฯ ผนึกกำลังขึ้นเป็นใหญ่ เขาก็ไม่เห็นหัว พธม.แล้ว เผลอๆ เห็นเป็นหอกข้างแคร่อีกต่างหาก โดยเฉพาะพวกที่มาจาก NGO ภาคประชาชน อย่าว่าโง้นว่างี้เลย แม้แต่สลิ่ม ก็ทิ้งพันธมิตร หันไเป็นลุงตู่เป็นขวัญใจ ตามจุดยืนคนชั้นกลาง โพลล์พระปกเกล้ายังบอกคนไทยรักทหาร NGO คะแนนตกต่ำเป็นอันดับสองรองแมลงสาบ

ทุกวันนี้พันธมิตรเหลือไร วันก่อนก็ไปจุ้มปุ๊กกันอยู่ ม.รังสิต คัดค้านซูเปอร์บอร์ดซูเปอร์โฮลดิ้งรัฐวิสาหกิจ ซึ่งไม่สำเร็จหรอก คุณงามความดีที่ทำให้ประเทศชาติ มีแต่ ดร.อาทิตย์ตอบแทน ตั้งเป็นคณบดีกันเพียบ 😍😍😍 

แต่อำนาจปกครองประเทศเป็นของขุนทหารขุนนางอำมาตย์อธิการบดีเทคโนแครต หรือแม้แต่กลุ่มทุน มันไม่ได้เป็นไปตามความฝันของพวกพันธมิตร NGO ที่หวังว่าโค่นทุนสามานย์แล้วภาคประชาชนจะเติบโต หรือมีส่วนแบ่งอำนาจ แบบรัฐธรรมนูญบวรสาก "รับค่ะ"

ถามว่าเยาะเย้ยเขาทำไมเมื่อแพ้เหมือนกัน ก็มันไม่เหมือนไง อย่างน้อยก็ไม่ได้แพ้ภัยตัวเอง แพ้ก็แพ้อย่างยืนหยัดชัดเจน ใครเอารัฐประหารไปทางโน้น ใครเอาประชาธิปไตยมาทางนี้ วันนี้แพ้ไม่เป็นไร วันหน้ายังมีโอกาสที่จะช่วงชิงเสียงส่วนใหญ่ ไม่ใช่ระบอบอะไรก็ไม่รู้แบบ 70-30 ปลุกมวลชนคนชั้นกลางในเมืองขึ้นมาส่งมอบให้อำนาจอนุรักษ์นิยม แล้วย้อนฆ่าตัวเอง


Atukkit Sawangsuk

ooo

สุริยะใส'รับชะตากรรมล้มละลาย ชี้บทเรียนคดีปิดสนามบินถูกฟ้องแพ่งรวม1,500 ล้าน





By อรรถชัย หาดอ้าน
22 กันยายน 2560 Voice TV


อดีตผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯพร้อมรับชะตากรรมถูกฟ้องล้มละลาย หลังศาลแพ่งให้ชดใช้ค่าเสียหาย 522 ล้านบาทคดีชุมนุมสนามบินสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง ชี้ทางออกสุดท้ายตั้งกองทุนระดมทุนชดใช้ค่าเสียหาย

นายสุริยะใส กตะศิลา อาจารย์วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หนึ่งใน 13 จำเลย คดีชุมนุมที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และดอนเมือง เมื่อปี 2551 เปิดเผยกับ "วอยซ์ทีวี" ว่า หลังศาลแพ่งได้ยกคำร้องขอขยายระยะเวลาฎีกาให้ 13 แกนนำพันธมิตรฯร่วมชดใช้ค่าเสียหายให้กับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เป็นเงินกว่า 522 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี หรือเป็นเงินที่ต้องชดใช้กว่า 744 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่มากเกินกว่าที่จำเลยจะสามารถชดใช้ได้ ดังนั้น จะหารือกับทาง ทอท.เพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ หากการเจรจาไม่สำเร็จอาจเข้าเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี หรือหากท้ายที่สุดจะถูกฟ้องล้มละลายก็พร้อมที่จะยอมรับผลกรรมที่เกิดขึ้น

นายสุริยะใส ระบุว่า หลังทราบคำสั่งของศาลเมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา ก็มีมวลชนให้กำลังใจ และเสนอให้จัดตั้งกองทุน "พิทักษ์คุณธรรม" เพื่อระดมเงินมาชดใช้ค่าเสียหาย แต่ส่วนตัวมองว่าควรใช้เป็นทางออกสุดท้าย เพราะยังเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ทำลงไปเป็นการรักษาผลประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว หากย้อนกลับไปในบริบทนั้นก็จะทำแบบเดิมอีก ส่วนไม่เสียใจแม้จะร้ายแรงในชีวิต แต่ก็ผ่านอะไรมาเยอะแล้ว ดังนั้นหากเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ทำคือการเสียสละ ตนก็พร้อมรับผลที่เกิดขึ้น





เมื่อถามว่า ถ้าย้อนกลับไปจะไม่ไปชุมนุมปิดสนามบินหรือไม่ นายสุริยะใส ระบุว่า "ผมไปถึงสนามบินก่อนใครด้วยซ้ำ โดยไม่ปรากฎตัว ทันทีที่ทราบมวลชนบางกลุ่มเคลื่อนย้ายไปสนามบินสุวรรณภูมิ ไปย้อนดูไม่เคยมีคำประกาศแกนนำ แถลงการณ์ให้ไปชุมนุมที่สนามบิน แต่นาทีนั้นเป็นการต่อสู้ขั้นสุดท้ายที่อารมณ์มวลชนสะสมมา 6 เดือน ถูกทำร้ายถูกไล่ยิง ถูกล้อม ไม่อยากให้มองตัดตอนเฉพาะวันที่ชุมนุมสุวรรณภูมิ"

"ถ้าย้อนกลับไป ผมไม่โทษใคร แน่นอนต้องเป็นบทเรียนถูกฝ่าย บทเรียนของผม และมวลชนต้องทบทวนว่าการต่อสู้ถ้าหมิ่นเหม่ก็แพ้ได้ ชัยชนะระยะสั้น แต่เป็นการแพ้ระยะยาวก็เป็นบทเรียนทุกฝ่าย ถ้าเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราทำเสียสละ ต้องไม่ร้อง ไม่โวยวาย คดีที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เป็นวิกฤตสำหรับผม แต่เป็นเรื่องส่วนรวมที่ควรมองเรื่องนี้อย่างมีคุณค่า" นายสุริยะใส ระบุ

นายสุริยะใส ระบุว่า นอกจากคดีชดใช้ค่าเสียหายให้กับ ทอท.เป็นเงินพร้อมดอกเบี้ยกว่า 744 ล้านบาท แล้วยังมีคดีแพ่งที่บริษัท วิทยุการบิน ฟ้องอดีตแกนนำพันธมิตรเป็นจำเลย 14 คนให้ชดใช้ค่าเสียหาย 102 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างฎีกาหลังศาลชั้นต้นและอุทธรณ์พิพากษาให้ชดใช้ค่าเสียหาย ส่วนอีกคดี บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ก็เดินหน้าฟ้องแพ่ง 36 อดีตแกนนำพันธมิตร ให้ชดใช้ค่าเสียหาย 575 ล้านบาทจากการชุมนุมปิดสนามบิน โดยศาลนัดพิจารณาคดีในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ หากรวมคดีแพ่งทั้ง 3 คดีแล้วจะเป็นเงินที่ต้องชดใช้ถึง 1,500 ล้านบาท และยังมีคดีอาญากรณีชุมนุมปิดสนามบิน ซึ่งอยู่ในชั้นสืบพยานโจทก์


มีใครอยากอยู่ภายใต้กฏหมายที่เล่นพรรคเล่นพวก ดูคลิป #ข่าวเจาะย่อโลก ใบสั่งพายิ่งลักษณ์หนี อดีตรองผู้บัญชาการแห่งชาติอยู่เบื้องหลัง #ThaiPBS




https://www.facebook.com/ThaiPBSFan/videos/10159530235060085/

...




https://www.facebook.com/ThaiPBSFan/videos/10159525503105085/


วันเสาร์, กันยายน 23, 2560

วนเวียนดีไหมล่ะ ครั้นจะบอกตั้งแต่แรกว่า ไปก็ไปเถอะเราชอบ ก็เขินน่ะ เรื่องคดี ‘ยิ่งลักษณ์หนี!’

ใครที่ติดตามการทำคดี ยิ่งลักษณ์หนี!’ อย่างใกล้ชิดมาก อาจเกิดอาการวิงเวียน เพราะมันวังวน ‘like a circle in a spiral, like a wheel within a wheel’ อะไรปานนั้น

“ล่าสุดแต่ไม่ใช่แค่นี้” มันมาลงที่ “ปูด ยิ่งลักษณ์ลงจากรถเดินข้ามคลองกว้างสองเมตรที่อรัญฯ” ข่าวมติชนอ้างพล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า

“สำหรับช่องทางธรรมชาติบริเวณ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว มีคลองลึกที่มีความกว้างประมาณ ๑ เมตร ๕๐ เซ็นติเมตร ซึ่งถือว่าสามารถใช้ข้ามไปประเทศเพื่อนบ้านได้ทุกจุด”


ใครอีกเหมือนกันที่ขยันจำจะนึกออก วันแรกที่ปรากฏข่าวทางโซเชียลตอนเช้าวันที่ ๒๕ สิงหาคมว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ไปปรากฏตัวต่อองค์คณะผู้พิพากษาศาลอาญาคดีการเมือง บ่ายวันนั้นสื่อบางรายอ้างแหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงว่า “ยิ่งลักษณ์หนีโดยเส้นทางธรรมชาติ”

หลังจากนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็นำมาอ้างซ้ำ พร้อมทั้งพูดถึงกรณีที่อดีตนายกฯ หญิงคนแรกของไทยมีเส้นสายในแวดวงราชการระดับสูง อาจมีใครช่วย หนี ก็ได้

โดยการนี้ วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวเก๋ากึก เป็นรัฐพันลึกกับวงการทหาร ว่าถึงช่องทางเรือสปีดโบ๊ทผ่านเกาะช้างไปทางชายแดนด้านจังหวัดตราดบ้างละ นัยว่าจะให้เดินเท้าข้ามเขตแดนแถบนั้นเป็นไปไม่ได้เพราะเส้นทางทุรกันดาร แถมมีกับระเบิดตกค้างเยอะ

ก็ทำให้สลิ่มไขว้เขวกันไปพักหนึ่ง ทว่าพวกติ่งยิ่งลักษณ์-ทักษิณ กระหยิ่มในใจ ไปทางไหนอย่างไร นายกฯ ปู อันเป็นที่รักรอดแน่ๆ

พูดถึงวาสนานี่ต้องยอมรับว่าแม่คุณเธอวงในสายทหารของจริง ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าวันที่ ๒๕ แกปูดคนแรกทางทวิตเตอร์ว่ายิ่งลักษณ์หายไปไหน นักข่าวไปรอกันหน้าบ้านซอยโยธินพัฒนาตั้งแต่ตีห้า ไม่เห็นร่องรอยนารีขี่ม้าขาวสักแอะ

จนกระทั่งมาถึงข้อมูลกล้องวงจรปิด จากรถฟอร์จูนเนอร์ รถตู้สีดำ รถเบ๊นซ์สีขาว มาถึงรถแคมรี่ (โตโยต้า) สีตะกั่ว (คนไทยเขาเรียกบรอนซ์) เป็นอันเชื่อแน่ว่าเส้นทางออกนอกประเทศของยิ่งลักษณ์คือนั่งรถยนต์ไปทางจังหวัดสระแก้ว แต่ก็ไม่มีหลักฐานข้ามด่านแต่อย่างใด

ประกอบกับรัฐบาลฮุนเซนของเขมรปฏิเสธแข็งขัน ไม่มี ไม่ได้ปล่อยยิ่งลักษณ์ใช้พื้นที่เดินทางผ่านไปขึ้นเครื่องบินที่โปเชนตงสู่สิงคโปร์ เพื่อต่อเครื่องคอร์ปอเรทเจ็ตของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ไปดูไบ โดยมีจุดหมายสุดทางที่จะขอลี้ภัยอยู่ในอังกฤษ เพราะได้เตรียมโรงเรียนของน้องไป๊ป์ไว้แล้วที่นั่น

จากนั้น ยิ่งลักษณ์รายวันก็เงียบหายไปจากกระดานข่าว ทั้งทางระบบเรดาร์และเฟชบุ๊ค มีแต่เสียง ทวี้ต จากทักษิณ และอินสตาแกรมจาก พินทองทาและแพทองธาร ลงทั้งภาพทั้งคลิป คุณตาทักษิณมีความสุข เล่นกับหลานๆ ที่อังกฤษ

ทว่าข้อความบนทวิตเตอร์ของทักษิณชิ้นหนึ่งในโอกาสครบรอบการรัฐประหาร ๑๙ กันยา ๔๙ ที่กระเทือนซางทั้งหัวหน้า คสช. และลิ่วล้อ พอประมาณ

โดยมีลิ่วล้อหน่อหนึ่งที่ได้ดีมีตำแหน่งอยู่ในสภานิติบัญญัติของ คสช. นาม สมชาย แสวงการ เพิ่งโดนทนายความซึ่งทักษิณมอบหมายให้ยื่นฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท รอดูซิว่าผลจะออกมาอย่างไร เหมือนกับอาจารย์มหิดลนางหนึ่งซึ่งแถลงขออภัยแลกกับการยกฟ้องไปเมื่อสองสามวันมานี่ไหม

กับเรื่องที่บังเอิญนะบังอร ทั่นตือจำเป็นต้องไปช้อปอาวุธพอดีที่อิงแลนด์เหมือนกัน กลับมารีบปฏิเสธทันที ไม่มี้ ไม่มี ไม่ได้ไป ดีล อะไรไว้กับบิ๊กแม้ว จนมีภาพสะท้อนออกมาให้ ไข่แมว ได้เขียนการ์ตูนสร้างความบันเทิงกับนักแซวรัฐประหาร


พอมาวานนี้ (๒๒ กันยา) Wassana Nanuam อีกแหละ เหมือนจะปิดฝาคดี “บิ๊กป้อมเผยรู้แล้ว ใครสั่งพาปูหนี” โดยให้รายละเอียดว่า

จากการสอบสวน รองผู้การฯ รับสารภาพว่า ได้รับ คุณยิ่งลักษณ์ พร้อมด้วยเลขาฯอีก คนหนึ่ง ไปส่งต่อให้รถที่มารับช่วงต่อ แต่เรายังหารถคันนั้นไม่เจอ

ทั้งนี้ รองผู้การฯ บอกว่าได้รับคำสั่งมาอีกที และเขาเปิดเผยชื่อคนสั่งมาแล้วเป็นคนอยู่ในประเทศ แต่ผมยังไม่ขอเปิดเผยว่าใคร

ส่วนจะเกี่ยวข้องกับอดีต ผบ.ชน.ท่านหนึ่งหรือไม่นั้น พลเอกประวิตรกล่าวว่ายังไม่ขอตอบ แต่เบื้องต้นให้รองผู้การฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ย้ายประจำฯ และตั้งคณะกรรมสอบสวน เพื่อตั้งข้อหาการดัดแปลงรถยนต์ และข้อหาพาน.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนี”

เป็นที่น่าสังเกตุว่าการนำเสนอข่าวยิ่งลักษณ์หนีนี่มีการกั๊ก ยักท่า อุบ กันน่าดู ทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่และสื่อ

(ดูโพสต์ที่แล้วเรื่องการนำเสนอของ สยามรัฐออนไลน์ จะเข้าใจ https://www.facebook.com/Thaienews009/posts/1433689606680655)*

งานนี้ผู้ใส่ใจเสาะหาความจริง ‘inquiring minds’ แบบพวกนักอ่านแท้ปลอยใน เมกา จะต้องท่องเว็บสืบค้นข้อมูลจากหลายแหล่งเอามาต่อจิ๊กซอว์

เกี่ยวกับรองผู้การฯ ชื่อ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ “เคยเป็นผกก.สภ.ร้องกวาง จ.แพร่ เคยเป็นนายเวรพล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ทีนิวส์เขาสาวลึกเอาไว้ด้วยว่า พล.ต.อ.ภาณุพงศ์เคยได้รับแต่งตั้งเป็นรองเลขาธิการฝ่ายการเมืองของสำนักนายกฯ ปี ๕๕ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ในสังกัดรองนายกฯ เฉลิม อยู่บำรุง เสียด้วย

ทางด้านสปริงนิวส์ก็ช่วยสาวว่า พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ เคยถูก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง (อดีต) ผบ.ชน. ดึงตัวจากภูธรเข้าไปรับตำแหน่งผู้กำกับการ สส.๒ นครบาล สุดท้ายโยกไปเป็นรอง ผบก.น.๕ เขตนครบาลชั้นใน


พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์คนนี้ถูกนำตัวไปสอบสวนพร้อมกับตำรวจอีกสองนาย ระดับสารวัตรหนึ่งนาย กับระดับนายดาบตำรวจอีกหนึ่งนาย ซึ่งประจำการอยู่กองบังคับการตำรวจภูธรนครปฐม ทั้งสามรับสารภาพว่าร่วมกันขับรถพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปส่งที่อรัญประเทศ

ตอนนี้ยังไม่รู้รูปพรรณรถที่มารับช่วง ดังที่บิ๊กป้อมว่า “เรายังหารถคันนั้นไม่เจอ” จึงเกิดการสันนิษฐานให้นายกฯ ปู กลายเป็นนารีเดินลุย เมื่อ ผบ.ทบ. ทั่นบอกว่าคลองลึกระหว่างไทย-กัมพูชาเป็นเขตแดนธรรมชาติ เดินข้ามได้นั่นละ

ส่วนตำรวจผู้ขับรถไปส่งเธอที่อรัญฯ กำลังโดนตั้งกรรมการสอบหลังจากถูกคำสั่งย้ายเข้าประจำศูนย์ปฏิบัติการนครบาล จากนั้นน่าจะถูกลงโทษทางวินัย ไล่ออก ตัดบำนาญ หรืออะไรทำนองนั้น แต่จะถูกดำเนินคดีอย่างที่วาสนาว่าหรือไม่ ต้องดูไป เพราะในยุค คสช. อะไรๆ ทำได้ แม้กระทั่งเรื่องโอละพ่อ

อย่างน้อยในตอนนี้ ทั่นรอง ผบ.ตร. พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพรหมณกุล บอกไว้แล้วว่าสามตำรวจที่สารภาพ “ยังไม่มีความผิดอาญาในการพาหนี เพราะขณะนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้มีหมายจับติดตัว”


วนเวียนดีไหมล่ะ ครั้นจะบอกตั้งแต่แรกว่า ไปก็ไปเถอะเราชอบ ก็เขินน่ะ

*สำหรับท่านที่ขี้เกียจกดลิ้งค์ไปดูเรื่องอ้างอิง เรื่องรายงานข่าววกวน เชิญอ่านที่นี่

ประเด็นสั้นๆ (อ่านยาว) คั่นเวลา เอาฮาเล็กน้อย เมื่อ สยามรัฐออนไลน์ เขียนข่าว “หิ้วรอง ผบก. พายิ่งลักษณ์หนี สอบเครียด” ให้ต้องตั้งข้อสังเกตุ


๑. รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นแคมรี่ สีเทา ทะเบียน ฌข 5323 กรุงเทพ “ที่มีข้อมูลทางการสืบสวนระบุว่าเป็นรถที่ใช้พาตัว นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี” หนี!

“โดยฝ่ายสืบสวนได้ตามแกะรอยรถต้องสงสัยดังกล่าว กระทั่งมาพบรถจอดใกล้กับบ้านพักแห่งหนึ่ง ในอำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม”

พื้นที่ซึ่งเจ้าของทะเบียนรถคันดังกล่าวอยู่อาศัยและมีตำแหน่งการงาน ตามข่าวพาดหัวแต่ไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆ ละไว้ในฐานที่เข้าใจว่าไปค้นหาอ่านจากแหล่งอื่นได้

๒. “มีรายงานข่าวว่า รถคันดังกล่าวเป็นรถ ๑ ใน ๒ คัน ที่ถูกนำไปเปลี่ยนรถของนางสาวยิ่งลักษณ์ที่ย่านมีนบุรี ก่อนจะพาหลบหนีไปทางอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ขับออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน”

จึงมาถึงข้อมูลอันสำคัญฟันธงได้เลยว่า “จากนั้นผู้ครอบครองรถคันดังกล่าวได้รับคำสั่งให้นำไปทำลายทิ้ง ก่อนที่ต่อมาผู้ได้รับคำสั่งจะเปลี่ยนใจนำรถคันนี้ไปเก็บรักษาไว้ เพื่อรอนำไปดัดแปลงสภาพและขายต่อ”

ทำให้ต้องใช้ #แหล่งข่าวระดับสูง เพื่อเปิดเผยว่า “ในเร็ววันนี้จะมีการเชิญผู้ที่เป็นเจ้าของรถมาสอบปากคำ”

๓. “เบื้องต้นจะพิจารณาดำเนินคดีฐานปลอม และใช้เอกสารปลอมและหากพบมีการแจ้งหายก็จะดำเนินคดีในความผิดฐานรับของโจรด้วย” อันนี้ต้องย้อนไปตอนต้นของข่าว เขาเขียนไว้ว่า

“การตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเป็นรถสวมทะเบียน โดยหมายเลขเครื่อง ตัวถัง และทะเบียนรถ ปรากฎชื่อผู้ครอบครองไม่ตรงกัน โดยกรมการขนส่งทางบก แจ้งระงับการใช้งานรถคันดังกล่าว ปี ๒๕๕๕ เนื่องจากขาดส่งไฟแนนซ์”

ซึ่งเชื่อมโยงกับอีกตอนหนึ่งของข่าว “จากนั้นผู้ครอบครองรถคันดังกล่าวได้รับคำสั่งให้นำไปทำลายทิ้ง ก่อนที่ต่อมาผู้ได้รับคำสั่งจะเปลี่ยนใจนำรถคันนี้ไปเก็บรักษาไว้ เพื่อรอนำไปดัดแปลงสภาพและขายต่อ”

๔. รู้ละเอียดเพียงนี้แล้วก็ยังชั่งใจ ไม่สามารถทำอะไรดังที่ฟันธงไว้ได้ เพราะ “การสอบสวนชายดังกล่าวก็สามารถทำได้แค่ในฐานะพยาน เนื่องจากระหว่างการพาหลบหนียังไม่มีการออกหมายจับ จึงไม่เข้าข่ายเป็นการกระทำผิด”

อาจจะเนื่องด้วยข้อสรุปที่ว่า “จากการตรวจสอบรถคันนี้ไม่ใช่รถที่ใช้ในราชการตำรวจแต่อย่างใด ส่วนสติ๊กเกอร์ตั้งข้อสังเกตว่าใครก็สามารถนำไปติดได้

อย่างไรก็ตามสำหรับการสอบปากคำพยาน ๓ คน เบื้องต้นยังไม่ยืนยันว่าเป็นบุคคลในเครื่องแบบหรือไม่ แต่ยอมรับว่ามีความเกี่ยวข้องกับการพานางสาวยิ่งลักษณ์ หลบหนี”

อย่างนี้คงต้องกลับไปตั้งต้นนับหนึ่งใหม่ เสียดาย “พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้งทหารและตำรวจ” ช่วยกันตรวจช่วยกันสอบขมีขมัน

สำหรับข่าวชิ้นนี้ ก็เสียใจที่ไม่มีแง่มุมในทางลึกของ ‘Investigative reports’ รายงานเชิงสืบสวนมาให้อ่านกันสักนิด มิฉะนั้นจะไม่เป็นการวกวนอย่างงูกินหางเช่นที่เห็น

ไม่เป็นไร ถือเป็นบทเรียนไว้ใช้คราวหน้าคราวหลัง ไม่ต้องถึงขนาด อิศราที่อื้อฉาว เอาแค่แบบ ไข่แมวที่นำเสนอเรื่องบิ๊กตือไปลันดั้นนั่นปะไร

เขาเล่าเรื่องทั่นรองฯ พี่ใหญ่ไปรับประทานอาหารเช้าสไตล์อิงลิชหรู แล้วเซลฟี่มาให้ดูกันสยิวที่ใบมีดบนโต๊ะ